Page 211 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 211

สานต่อความคิด  บัณฑร อ่อนดำา   •  211



                     1. การวิเคราะห์สังคมซึ่งทำาเป็นประจำา
                     2. การมีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

                     3. การจัดระเบียบชุมชนและประชาชน
                     4. บทบาทของนักพัฒนา ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีความสำาคัญ

                     5. บทบาทของหน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชน

                     การที่จะดำาเนินการตามวิธีนี้ได้อย่างไรในทางปฏิบัติ จะได้กล่าวอย่าง
             คร่าวๆ เกี่ยวกับวิธีซึ่งนำามาจากคู่มือสำาหรับผู้ปฏิบัติงานในสนามชื่อ “วิธีการ
             ทำางานกับเกษตรกร ” และจากประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างดำาเนินการของ
                             86
             โครงการพัฒนาหมู่บ้านชายแดนจังหวัดสุรินทร์ (ดู 2.6)

                     นักพัฒนาเข้าไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านและเริ่มกระบวนการพัฒนา โดยการ
             สร้างความรู้ให้เกิดขึ้นกับชาวบ้าน อันเป็นความรู้เกี่ยวกับตัวเกษตรกร จะใช้การ
             สังเกตวิถีชีวิตและความเชื่อถือของเกษตรกร วิธีการผลิตทางการเกษตร แบบแผน
             ความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม ระบบหมู่บ้านและโครงสร้างผู้นำา
             จากนั้นเขาจะตัดสินใจแบ่งเกษตรกรออกเป็น 2 ประเภท คือ เกษตรกรปลูกข้าว

             และเกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ รวมทั้งศึกษาพฤติกรรมของเกษตรกร
             ทั้งในด้านทั่วไปและในด้านเฉพาะอย่าง หลังจากนั้นนักพัฒนา (ผู้เอื้ออำานวย) ผู้ซึ่ง
             จะต้องมีข้อสังเกตอยู่เสมอว่า ตนนั้นกำาลังทำางานอยู่ในสองระบบสองวัฒนธรรม
             อันเกิดจากการที่ตัวเขาเองเข้าไปอยู่ในหมู่บ้าน จะต้องแสวงหาและวิเคราะห์
             ปัญหาและศักยภาพที่มีอยู่ การแสวงหาและการวิเคราะห์ดังกล่าว จะเกี่ยวข้อง
             กับการรวมกลุ่มทางสังคมและการสร้างผู้นำาแบบแผนการผลิตทางการเกษตร
             (สมัยใหม่ กึ่งสมัยใหม่ ยังชีพ) และความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้านด้วยกัน และ
             ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้าน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวบ้าน
             กับบุคคลภายนอก กระบวนการศึกษาและการสังเกตจะเกิดขึ้นก่อนและระหว่าง

             ระยะเวลาของการดำาเนินการ

             86   F.G.Heim, it el : How to Work with Small farmers, Thammasat University Press,
             Bangkok, 1981 (Thai Version), Research and Development institute, Khon Kaen, 1981
             (English version)
   206   207   208   209   210   211   212   213   214   215   216