Page 102 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 102
102 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
ยุทธศาสตร์ความจำาเป็นขั้นพื้นฐาน (The Basic needs Strategy)
ยุทธศาสตร์นี้มีจุดกำาเนิดในกลางทศวรรษ 1970 เป็นวิธีการพัฒนาเพื่อสนอง
ตอบความต้องการขั้นตำ่าให้แก่กลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในชุมชน ตามที่ได้กล่าวไว้
ในเอกสารของปีแอร์ เบลกี้, จอห์น แคเมรอน และเดวิด ซิดดอน ซึ่งนำาเสนอ
ในการประชุมระหว่างประเทศในเรื่องยุทธศาสตร์ความต้องการขั้นพื้นฐาน:
ตัวกำาหนดชี้วัดในการวางแผนในปี 1979 โดยมูลนิธิเยอรมันเพื่อการพัฒนา (DSE) 24
โดยรวมแล้วยุทธศาสตร์ความจำาเป็นขั้นพื้นฐานเน้นการช่วยเหลือและ
ปรับปรุงสถานการณ์ของผู้ว่างงาน ผู้ทำางานตำ่าระดับ ผู้ไร้การศึกษา ผู้อ่อนแอ
และผู้เจ็บป่วยของโลก
ในแนวคิดของความจำาเป็นขั้นพื้นฐานแบบเสรีนิยมนั้นก็เพื่อต่อสู้กับ
ความยากจน แต่ในทางตรงกันข้าม ในทัศนะของความจำาเป็นขั้นพื้นฐานแบบ
ก้าวหน้านั้นจะถือว่าปัญหาสำาคัญคือ การจัดสรรอำานาจ (Redistributing Power)
ในการสัมมนาคราวนี้ได้แยกแยะแนวความคิดทั้ง 2 ดังนี้ 25
ความจำาเป็นขั้นพื้นฐานในแนวคิดแบบเสรีนิยมเห็นว่า ความยากจนนั้น
เป็นสภาพที่จะต้องได้รับการแก้ไขปรับปรุงโดยรัฐ ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรต่างๆ
ที่ได้มาจากระบบเศรษฐกิจที่ดี ดังนั้นแนวคิดของความจำาเป็นขั้นพื้นฐานจึงเป็น
ความสำาคัญลำาดับรองของการจัดสรรสินค้าและบริการ นโยบายทางสังคม และ
การบริหารความยากจน ถ้าตีความตามรูปศัพท์แล้วแนวคิดนี้จะใช้ได้ในประเทศ
โลกที่หนึ่งซึ่งเครือข่ายของมาตรการทางสังคมและประกันให้ปัจเจกบุคคลมี
รายได้ขั้นตำ่าเป็นอย่างน้อยที่สุด ในกรณีที่เขาถูกกีดกันจากการทำางานไม่ว่าจะ
โดยเหตุผลใดก็ตาม ในประเทศโลกที่สาม เช่น เกาหลี นั้นสามารถทำาให้เกิดผล
ทางสังคมที่เป็นกลางจากการจำาเริญอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจ
24 Piers Blaidie, John Cameron and David Seddon; The logic of a Basic Needs Strategy:
with or against the Tide? In Basic Needs Strategy as a Planning Parameter, DSE 1979,
P.108.
25 Basic Needs Strategy as Planning Parameter: DSE 1979, P. 5.

