Page 40 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 40
40 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
(อย่างชัดเจน สามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้) จากนั้น จึงแตกรายละเอียดเป็น
กลุ่มเนื้อหาต่างๆ ที่ต้องบรรจุลงในหลักสูตร (เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์) แล้ว
พิจารณาวิธีการ หรือเทคนิคการฝึกอบรมที่มีหลายสิบประเภท ตั้งแต่การบรรยาย
การอภิปรายกลุ่ม การวิเคราะห์กรณีศึกษา การใช้สถานการณ์สมมติ การดูงาน
การทดลองปฏิบัติ ฯลฯ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้ (และอาจฝึกทักษะ
ด้วยเพื่อให้บรรลุตามที่กำาหนดในวัตถุประสงค์) ในเงื่อนไขเวลาและทรัพยากร
ต่างๆ ที่มีอยู่ มีการเตรียมผลิตสื่อ หรือยืมจากแหล่งอื่นที่มี จากนั้น จึงดำาเนินการ
ตามแผนที่วางไว้ (หากได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำานาจ) มีการประเมินผลการ
อบรมเป็นระยะระหว่างทำาการอบรมเพื่อจัดปรับองค์ประกอบต่างๆ ให้เหมาะสม
และเมื่อการอบรมเสร็จสิ้น ก็อาจประเมินผลอีกเพื่อทราบ และเป็นแนวทางใน
การปรับปรุงหลักสูตรในโอกาสต่อไป หลังจากนั้น เมื่อเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่ง
ต้องมีการติดตามว่า ผู้เข้าอบรมสามารถนำาความรู้ไปใช้ในพื้นที่ได้หรือไม่
เพราะบางครั้ง ระบบของหน่วยงานต้นสังกัดอาจไม่เอื้ออำานวย หน่วยฝึกอบรม
ต้องช่วยเคลียร์เส้นทางหรือแจ้งให้ต้นสังกัดเปิดโอกาสให้ผู้ผ่านการอบรมได้ใช้
ความรู้ที่ได้มา หากติดขัดประการใด วิทยากรก็จะช่วยให้คำาปรึกษา และอาจ
เก็บปัญหาที่พบนำามาออกแบบหลักสูตรใหม่เพิ่มเติม
นักอบรม / วิทยากรมืออาชีพ จะต้องเข้าใจในวงจรนี้ และต้องปฏิบัติ
ตามแนวทางนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำาได้ไม่เช่นนั้น การอบรมนอกจากจะไม่เกิด
ผลสัมฤทธิ์แล้ว ยังอาจทำาให้คนเบื่อ และมีความเข้าใจผิดๆ ไม่อยากเรียนรู้
อีกต่อไป เปรียบเสมือนคนที่ได้ยาที่ไม่ตรงกับโรค หรือให้ตรงแต่ไม่ครบโด๊ส และ
ไม่เหมาะกับคุณลักษณะส่วนบุคคลของเขา ทำาให้เกิดอาการดื้อยาได้ ผู้เขียน
พบว่ามีเพียงไม่กี่หน่วยอบรมที่สามารถปฏิบัติตามวงจรนี้ได้ครบ และ SFPP
(Thai-Netherlands small farmer participation project – SFPP )
เป็นหนึ่งในจำานวนนั้น
เนื้อหาที่ปรากฏในข้อเขียนนี้ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ท่านอาจารย์
บัณฑรและผมทำางานร่วมกันในโครงการ SFPP ไม่รวมผลงานที่เกิดขึ้นขณะท่าน
ทำางานกับหน่วยงานอื่นๆ

