Page 157 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 157

สานต่อความคิด  บัณฑร อ่อนดำา   •  157



                     ธนาคารพาณิชย์ก็ปล่อยเงินกู้ไปให้ภาคเกษตรกรรมน้อยมาก เมื่อ
             พิจารณาจากจำานวนเงินกู้ทั้งหมด ซึ่งธนาคารพาณิชย์ปล่อยออกไป โดยเฉลี่ยแล้ว
             ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ลูกค้ากู้คนละ 136,000 บาท (สถิติปี 2527) ธนาคารแห่ง
                       58
             ประเทศไทย  รายงานว่าธนาคารได้ปล่อยเงินกู้ในรูปต่างๆ แก่ภาคเกษตรกรรม
             เป็นจำานวนเงิน 36.4 พันล้านบาท เมื่อถึงมิถุนายน 2528 ซึ่งเป็นเงินกู้เพียง

             7.19 เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ทั้งหมดที่ธนาคารปล่อยออกไป จากจำานวนเงินกู้
             36.4 พันล้าน ดังกล่าว  ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบเงินจำานวน 9.5 พันล้านบาท
             ให้ ธกส.กู้ไปปล่อยให้กู้อีกต่อหนึ่ง ส่วนเงินกู้ที่เหลือ ธนาคารแห่งประเทศไทย
             นำาไปปล่อยให้ลูกค้าในภาคเกษตรกรรมกู้ได้ไม่ถึง 150,000 คน เงินกู้ที่ธนาคาร
             พาณิชย์ให้ภาคเกษตรกรรมกู้นั้น จะตกไปถึงชนกลุ่มน้อยที่รำ่ารวยอยู่แล้ว
             ซึ่งได้แก่ เกษตรกรที่มีฐานะดี พ่อค้าผลผลิตเกษตร และบริษัทธุรกิจการเกษตร
             ธนาคารพาณิชย์คุยว่านับตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา  ธนาคารได้เพิ่มสัดส่วนเงินกู้
             ให้แก่ภาคเกษตรกรรมเป็นจำานวนมหึมา แต่ในปี 2517 ปรากฏว่าสัดส่วนเงินกู้
             ที่ปล่อยให้แก่ภาคเกษตรกรรมมีจำานวนเพียง 1.8 เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ทั้งหมดของ

             ธนาคาร เงินกู้สำาหรับภาคเกษตรกรรมของธนาคารพาณิชย์นั้นมี 3 ประเภทคือ
             เงินกู้สำาหรับการผลิตทางการเกษตร เงินกู้สำาหรับบริษัทวัสดุอุปกรณ์การเกษตร
             และเงินกู้สำาหรับบริษัทธุรกิจการเกษตร เงินกู้สำาหรับการผลิตทางการเกษตรนั้น
             ธนาคารพาณิชย์ให้คำานิยามไว้ว่า เป็นเงินกู้ที่ให้เกษตรกรที่เลี้ยงชีพโดยทำาการ
             เกษตร ทำาการประมงและเลี้ยงปศุสัตว์ ผู้ที่มีสิทธิ์กู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ได้คือ
             สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร เกษตรกรแต่ละคนและบริษัทที่เป็นนิติบุคคล
             ซึ่งทำากิจกรรมด้านการเกษตรโดยตรง เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ธนาคารพาณิชย์

             จะปล่อยเงินกู้ให้เฉพาะผู้ที่ธนาคารพิจารณาเห็นว่าสมควรให้กู้เท่านั้น ธนาคาร
             พิจารณาเห็นว่าการปล่อยเงินกู้ให้แก่เกษตรกรขนาดเล็กมีอัตราการเสี่ยงสูง
             เสียค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงและได้รับดอกเบี้ยตำ่ากว่าดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปล่อยให้
             แก่ภาคพาณิชย์  ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วจะเห็นว่า คนที่มีฐานะรำ่ารวยจะได้รับเงินกู้
             ในอัตราดอกเบี้ยตำ่า ส่วนเกษตรกรขนาดเล็กจะต้องกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยระหว่าง
             30-150 เปอร์เซ็นต์  ดร.เสนาะ อุนากูล ซึ่งขณะนั้นดำารงตำาแหน่งผู้ว่าการธนาคาร


             58   Bank of Thailand : Quarterly Bulletin, Vol. 25, No. 2, June 1985.
   152   153   154   155   156   157   158   159   160   161   162