Page 161 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 161
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 161
ความจำาเป็นอะไรเลยหรือมีความจำาเป็นน้อยมากในการที่จะนำาที่ดินของตนมาใช้
ในการเพาะปลูก ทั้งๆ ที่ที่ดินเหล่านี้ส่วนมากเป็นที่ดินซึ่งอุดมสมบูรณ์เหมาะสม
กับการที่จะนำามาใช้ในการเพาะปลูก ดังนั้นจึงถือได้ว่าที่ดินเหล่านี้ถูกปล่อยทิ้ง
ไว้โดยที่มิได้นำามาใช้ประโยชน์ การที่รัฐบาลเก็บภาษีที่ดินตำ่าเป็นปัจจัยสำาคัญ
ประการหนึ่ง ซึ่งทำาให้มีการกว้านซื้อที่ดินเอาไว้เฉยๆ แต่มิได้นำามาใช้ประโยชน์
ในการเพาะปลูก
การที่ประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มประชากรสูงนับตั้งแต่หลังสงครามโลก
ครั้งที่สองเป็นต้นมา เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ทำาให้บริเวณที่ดินว่างเปล่าลดน้อยลง
ผลที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากรคือ ที่ดินแบ่งเป็นแปลงเล็กแปลงน้อย
เนื่องจากการแบ่งมรดกทำาให้ได้ผลผลิตน้อยและรายได้น้อย นอกจากนั้น ยังมี
การบุกรุกเข้าไปบุกล้างถางป่าเพื่อนำาที่ดินมาใช้ในการเพาะปลูก ป่าสงวนส่วน
ใหญ่ถูกบุกรุกและจับจองโดยเกษตรกรผู้บุกรุก เกษตรกรเหล่านี้มักจะใช้พืชและ
แบบแผนการผลิตไม่เหมาะกับดินในป่า ผลก็คือ เมื่อทำาการเพาะปลูกไป 2-3 ปี
ผลผลิตจะตำ่าลง นอกจากนี้ดินจะเสื่อมลง ดินจะพังทะลาย และทำาให้เกิด
การเพาะปลูกแบบไร่เลื่อนลอย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รายงานว่า ในปี 2525 ขนาดการถือครอง
ที่ดินเฉลี่ยของประเทศเท่ากับ 26.37 ไร่ ตัวเลขสถิติดังกล่าวมิได้มีความหมาย
60
อะไรมากนัก เนื่องจากขนาดการถือครองที่ดินเฉลี่ยของแต่ละภาคแตกต่าง
กันออกไป ในภาคเหนือขนาดการถือครองที่ดินเล็กมาก ส่วนในภาคใต้และ
ภาคตะวันออกซึ่งมีการทำาสวนยาง สวนมะพร้าว และไร่อ้อย ขนาดการถือครอง
ที่ดิน มักจะมากกว่า 50 ไร่ ต่อไปนี้เป็นการเปรียบเทียบขนาดการถือครองที่ดิน
เฉลี่ยปี 2518 และปี 2525 แบ่งตามภาค
61
60 Agricultural Statistics of Thailand Crop Year 1983/84, Office of Agricultural Economics,
MoAC, Bangkok, Thailand 1984, Agricultural Statistics No. 213, p. 186.
61 Agricultural Statistics of Thailand 1983/84.

