Page 159 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 159
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 159
ที่ผ่านมานั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย แต่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกปี เราอาจประมาณได้ว่า
ปัจจุบันครอบครัวเกษตรกรขนาดเล็กจะต้องตกเป็นหนี้เป็นสินอย่างท่วมท้น
2. การขาดทรัพย์สินที่จำานองได้ดูเหมือนว่าจะเป็นอุปสรรคสำาคัญที่สุดใน
การกู้ยืมของเกษตรกร ทรัพย์สินของเกษตรกรที่จะนำาไปจำานองได้ก็คือ กรรมสิทธิ์
ในที่ดิน การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ได้แก่ การมีโฉนดที่ดินไว้ในครอบครอง ในระยะ
20-30 ปีมานี้ การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของเกษตรกรได้ลดลงอย่างน่าใจหาย
การสำารวจของกรมพัฒนาที่ดินซึ่งจัดทำาเมื่อปี 2511 ชี้ให้เห็นว่าก่อนปี 2508
ในภาคกลางซึ่งเป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ มีเกษตรกรที่เช่านาเขาทำาเพียง
20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ในปี 2511 เกษตรกรภาคกลางซึ่งเช่านาเขาทำามี
จำานวนเพิ่มขึ้นเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้น 10 ปี คือในปี 2521 สำานักงาน
คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่เตรียมแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
59
และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (2520-2524) ได้ประมาณไว้ว่าในภาคกลาง
มีเกษตรกรต้องเช่าที่นาเขาทำาจำานวน 40.7 เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือ 18.3 เปอร์เซ็นต์
ภาคใต้ 15.7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเพียง 30,000 ครอบครัว
เท่านั้น กระทรวงมหาดไทยได้ทำาการสำารวจเฉพาะที่ดิน ซึ่งเกษตรกรจำานองไว้
อย่างเป็นทางการ และชี้แจงว่าในปี 2521 มีเกษตรกรจำานวน 103,215 ราย
ถูกผู้ให้กู้ริบที่ดินที่นำามาจำานองไว้ เกษตรกรที่ถูกผู้ให้กู้ริบที่ดินจำานองไป
เป็นจำานวนมากที่สุดได้แก่ เกษตรกรในภาคกลาง
เกษตรกรขนาดเล็กส่วนมากจะไม่มีโฉนดที่ดินสำาหรับที่ดินซึ่งอยู่นอกเขต
ปลูกข้าวมาแต่เดิม ที่ดินดังกล่าวอาจเป็นที่ดินตกสำารวจ หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะ
ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้โฉนดที่ดินแก่เกษตรกรขนาดเล็ก เนื่องด้วยเหตุผล
บางประการ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินมี 3 ประเภท คือ
- ภบท เป็นเอกสารที่ออกให้เกษตรกร ซึ่งทำาให้เกษตรกรผู้ถือเอกสาร
แบบนี้มีสิทธิในการจับจองที่ดินทำาการเพาะปลูกได้เป็นเวลา 3 ปี
59 ภาคกลาง ในที่นี้หมายถึง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกรวมกัน

