Page 165 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 165
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 165
การกำาหนดราคาผลผลิตเกษตรนั้นอยู่ในมือของพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็น
ผู้ผูกขาดการกำาหนดราคาผลผลิตเกษตร ตลาดอื่นๆ สำาหรับผลผลิตเกษตรก็ไม่มี
หรือถ้ามี เกษตรกรก็ไม่สามารถนำาไปจำาหน่ายได้ตามชอบใจ เนื่องจากมีภาระ
หน้าที่ต้องขายใช้หนี้ให้แก่พ่อค้าคนกลาง ข่าวสารเกี่ยวกับราคาของผลผลิตเกษตร
พ่อค้าคนกลางก็มักจะปิดเป็นความลับ เกษตรกรจึงจำาต้องขายผลผลิตของตน
ตามราคาที่พ่อค้าเป็นผู้กำาหนด โดยที่ไม่สามารถจะหาข่าวสารเกี่ยวกับราคา
ผลผลิตในที่อื่นๆ มาเปรียบเทียบกับราคาผลผลิตที่พ่อค้ากำาหนดให้ สถานการณ์
เช่นนี้ถือได้ว่า เกษตรกรมีข้อจำากัดในการเลือกขายผลผลิตของตนเพื่อให้ได้ราคา
ที่สูงกว่า
ในประเทศของเรา มีตลาดกลางในจังหวัดต่างๆ เพียงไม่กี่จังหวัด
นอกจากนั้นจำานวนผลผลิตเกษตรก็มีอยู่ค่อนข้างจำากัด ตลาดระหว่างจังหวัดก็มี
อยู่อย่างจำากัด กรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของระบบตลาดและการกระจาย
สินค้าเกษตรเกือบทุกชนิด ราคาสินค้าเกษตรทุกชนิดก็มีการกำาหนดไว้แน่นอน
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ราคาสำาหรับผลผลิตเกษตรนั้นมิได้เป็นไปตามกฎอุปสงค์และ
อุปทานแต่อย่างใด ผู้ส่งออก ผู้ขายส่งหรือผู้แปรรูปผลผลิตเกษตร จะส่งโควต้า
ราคาไปให้พ่อค้าในจังหวัดต่างๆ หรือไม่ก็ส่งตรงไปยังลูกค้าของตนในระดับท้องถิ่น
ซึ่งได้แก่ พ่อค้า นายหน้า หรือผู้แปรรูปผลผลิตเกษตรในท้องถิ่น การส่งโควต้า
ราคาไปยังลูกค้าอาจกระทำาโดยส่งฝากรถบรรทุกไป ส่งทางไปรษณีย์หรือใช้
โทรศัพท์ การขายผลผลิตของเกษตรกร อาจกระทำาได้ 2 ทาง คือ พ่อค้าคนกลาง
ไปรับซื้อถึงที่หรือเกษตรกรนำาผลผลิตมาขายที่โกดังของพ่อค้าคนกลาง ในบริเวณ
พื้นที่ล้าหลังซึ่งมีสภาพของถนนและการคมนาคมไม่ดี ค่าขนส่งผลผลิตจะสูง
ทำาให้ราคาผลผลิตตำ่าลงไปอีก ดังนั้น การขายผลผลิตเกษตรจากเกษตรกรผู้ผลิต
ไปยังผู้บริโภค หรือส่งเป็นสินค้าออกจึงถูกบงการและควบคุมโดยคนกลาง 4-5 คน
ซึ่งจะเห็นได้จากผังดังต่อไปนี้

