Page 170 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 170

170   •  สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป


                     นำ้าเป็นปัจจัยสำาคัญที่สุดในการผลิตทางเกษตร อย่างไรก็ตาม เกษตรกร
             ส่วนใหญ่กลับต้องพึ่งฝนแต่อย่างเดียวนั้นย่อมหมายถึงว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคง
             ปลูกพืชได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น และพืชที่เกษตรกรทำาการเพาะปลูกได้ปีละครั้งนี้
             ก็ขึ้นอยู่กับความพอดีของปริมาณนำ้าฝนและการที่ฝนตกต้องตามฤดูกาล กล่าวคือ
             ฝนจะต้องไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป และฝนจะต้องไม่มาเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป
             มิฉะนั้นแล้ว เกษตรกรจะได้รับผลผลิตน้อยหรือไม่ได้รับผลผลิตเลย ความไม่แน่นอน
             ของดินฟ้าอากาศมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อรายได้และการอยู่รอดของเกษตรกร
             ทุกคน ยกเว้นเกษตรกรส่วนน้อยซึ่งโชคดีเผอิญมีที่ดินอยู่ภายในเขตโครงการ

             ชลประทาน การที่เกษตรกรมีที่ดินอยู่ภายใต้เขตโครงการชลประทานทำาให้อาชีพ
             ของเกษตรกรมีความมั่นคงสามารถปลูกพืชได้ปีละ 2-3 ครั้งและสามารถทำาการ
             ปลูกพืชหมุนเวียนได้ ซึ่งเป็นการปรับปรุงคุณภาพดินไปในตัว
                     แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ฝนจะไม่ตกต้องตามฤดูกาลและบางครั้งก็ตก
             มากเกินไป แบบแผนของดินฟ้าอากาศของประเทศไทยมีความผันแปรมาก บางปี
             ฝนจะแล้งมาก แต่บางปีจะมีฝนอย่างเพียงพอ สถานการณ์ที่ผันแปรเช่นนี้
             ประกอบกับการมีฝนแล้งบ่อยมีผลกระกระทบต่อการเพาะปลูกอย่างมาก ดินฟ้า

             อากาศของภาคต่างๆ ก็มีความแตกต่างกันมาก ภาคเหนืออากาศเย็นกว่าภาคอื่นๆ
             ทั้งหมด เพราะว่ามีพื้นที่สูงกว่าภาคอื่น ๆ พื้นที่บางแห่ง เช่น จังหวัดเชียงใหม่
             และจังหวัดเลย จะมีหมอกลงจัดเป็นบางครั้งในฤดูหนาว บางครั้งหมอกจะทำาให้
             พืชฤดูหนาวเสียหายอย่างมาก ภาคใต้นั้นมีฝนตกชุกชุม เฉลี่ยปีละ 2,000 - 4,000
             มิลลิเมตร ฤดูร้อนของภาคใต้มีระยะสั้นกว่าฤดูร้อนของภาคอื่น ๆ ภาคตะวันออก
             เฉียงเหนือมีปริมาณฝนน้อยที่สุด และมีฝนตกต้องตามฤดูกาลน้อยที่สุด โดยเฉลี่ย
             ฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณฝนปีละ 800 - 1,500 มิลลิเมตร

                     7. การเกษตรของประเทศไทยมีลักษณะเป็นระบบการเกษตรปลูกพืช
             ชนิดเดียว คือ ข้าว มาเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว การปลูกข้าวจะปลูกมาก
             ในพื้นที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ของภาคกลาง ตามบริเวณลุ่มแม่นำ้าของภาคเหนือ
             บางส่วนของที่ราบสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพียงส่วนน้อยในภาคใต้
             พื้นที่ทั้งหมดดังกล่าวข้างต้นมีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำาหรับปลูกข้าวอย่างเดียว
             อย่างเช่น ภาคกลางและบริเวณลุ่มแม่นำ้าปิง วัง ยม น่าน ในภาคเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่
   165   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175