Page 172 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 172
172 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
เกษตรกรนิยมปลูกข้าวเนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลักของประเทศ
การปลูกข้าวของเกษตรกรนั้นจะกระทำากันโดยไม่คำานึงถึงว่าโครงสร้างของดินนั้น
เหมาะสมกับการปลูกข้าวหรือไม่ ความจริงปรากฏว่า ได้มีการปลูกข้าวในพื้นที่
หลายแห่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งเหมาะสมสำาหรับปลูกพืชชนิดอื่นมากกว่า ในปี 2525
ที่นาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปรียบเทียบกับที่ดินถือครองทั้งหมดมีเปอร์เซ็นต์
สูงสุดถึง 68.6 เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือ 60.6 เปอร์เซ็นต์ ภาคกลาง 53 เปอร์เซ็นต์
ภาคใต้ 34.8 เปอร์เซ็นต์ ทั่วประเทศ 59.2 เปอร์เซ็นต์ การที่เกษตรกรปลูกข้าว
69
ในที่ดินซึ่งไม่เหมาะสมนั้นอาจชี้ให้เห็นได้จากข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งคือ
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ปีนี้มีฝนปกติ หรือมีฝนน้อย ผลผลิตข้าวจะตำ่ากว่า
ผลผลิตข้าวในปีที่มีฝนตกมาก ในปี 2521 อันเป็นปีที่มีฝนตกหนักทั่วประเทศ
ปรากฏว่า ที่นาในภาคอื่นๆ ต่างประสบกับความเสียหายกันเป็นอย่างมาก แต่
ผลผลิตข้าวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือกลับมีปริมาณสูงมากเป็นประวัติการณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ที่ราบสูงโคราช เป็นพื้นที่สูง
กว่าระดับนำ้าทะเล 200-300 เมตร และเป็นบริเวณเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ราบ
เนื่องจากมีภูเขาเตี้ยกระจายอยู่เป็นจุดๆ บริเวณที่มีที่ดินอุดมสมบูรณ์เหมาะ
แก่การปลูกข้าวมีเพียงบริเวณริมฝั่งแม่นำ้าโขงและสาขาของแม่นำ้าโขงเท่านั้น
ส่วนที่ดินตามบริเวณที่ราบสูงอันเป็นดินทรายและนำ้าซึมไหลเร็วมาก บริเวณ
ลุ่มแม่นำ้าโขงบางแห่งและบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้จะมีนำ้าท่วมและฝนแล้งสลับกันไป
ทำาให้บริเวณเหล่านี้เป็นเหมือนทะเลทราย การผลิตทางด้านการเกษตรในบริเวณ
เหล่านี้จึงมีความเสี่ยงสูงมาก
บริเวณที่ราบสูงของภาคกลางซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันออก
ของภาคกลาง และทางตะวันตกของที่ราบสูงโคราชเป็นเขตทางภูมิประเทศอีกเขต
หนึ่ง ตามที่ราบลุ่มของบริเวณเหล่านี้ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงดี จะมี
การปลูกข้าวและข้าวโพดกันตามบริเวณที่ราบลุ่มเหล่านี้ ความจริงบริเวณเหล่านี้
เป็นบริเวณที่มีชื่อในการปลูกข้าวโพดของประเทศไทย ส่วนบริเวณอื่นๆ ของเขต
นี้ที่ดินจะเป็นทราย เป็นลูกรัง และเป็นกรด เป็นบริเวณที่มักประสบกับภาวะฝน
แล้งและไม่มีคุณค่าในทางการเกษตรมากนัก
69 Ibid

