Page 177 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 177
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 177
แหล่งที่มา : Statistical Year Book of Siam XIII, 432, XIX, 417-71 cited in J.C. Ingram,
Economic Change in Thailand 1850-1970, Standard, California, 1971, pp.
44-48. ข้อมูลส�าหรับปี 2508 ถึง 2527 ได้จาก Department of Agriculture and
Office of Agricultural Economics, Ministry of Agriculture and Cooperatives
(MoAC.)
หมายเหตุ : ข้อสรุปส�าหรับปี 2518 ถึง 2527 ค�านวณจากผลผลิตทั้งหมดเปรียบเทียบกับพื้นที่เพาะ
ปลูกทั้งหมด มิได้เปรียบเทียบกับพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวเท่านั้น
ข้าวใช้พื้นที่เพาะปลูกเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด
ส่วนพืชอื่นที่ใช้พื้นที่เพาะปลูกมากรองๆ ลงตามลำาดับ ได้แก่ ข้าวโพด ยางพารา
มันสำาปะหลัง อ้อย และต้นไม้ผล การปลูกข้าวมิใช่แต่เพียงเป็นอาชีพของเกษตรกร
เท่านั้น แต่ยังเป็นวิถีชีวิตของเกษตรกรอีกด้วย แต่ผลผลิตข้าวของประเทศไทยนั้น
มีปริมาณตำ่าที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ทั้งๆ ที่มีศักยภาพที่จะผลิตได้มากกว่า
ปริมาณในปัจจุบันอีกหลายสิบเท่า ผลผลิตข้าวของประเทศไทยในปัจจุบันมิได้เพิ่ม
ขึ้น คือผลิตได้ไร่ละ 290 กิโลกรัม (ดูตารางที่ 2) ซึ่งเป็นปริมาณที่ตำ่ามาก ถ้าหาก
เปรียบกับผลผลิตข้าวของประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย ผลิตได้ไร่ละ 350 กิโลกรัม
ไต้หวันผลิตได้ไร่ละ 550 กิโลกรัม เกาหลีใต้ผลิตได้ไร่ละ 730 กิโลกรัม และญี่ปุ่น
ผลิตได้ไร่ละ 840 กิโลกรัม การที่ผลผลิตข้าวของประเทศไทยไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร
มีเหตุผลสำาคัญๆ ดังต่อไป
1. ในพื้นที่ซึ่งมีการทำานาแบ่งครึ่ง มีการเช่านา หรือการถือครองที่ดิน
ที่ยังไม่มีโฉนดที่ดิน เกษตรกรจะไม่ค่อยใช้วัสดุอุปกรณ์การเกษตรสมัยใหม่ และ
เกษตรกรจะยอมรับสิ่งใหม่ๆ อย่างเชื่องช้า
2. ราคาข้าวตำ่า เกษตรกรจึงมีสิ่งจูงใจน้อยมากในการเสี่ยงใช้วัสดุ
อุปกรณ์การเกษตรราคาแพง
3. มีพื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากระบบการ
ชลประทานชี้ให้เห็นว่า ผลผลิตข้าวจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถ้าหากมีระบบการ
ชลประทานที่ดี (ตาราง 3)

