Page 179 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 179
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 179
บริษัทเกษตรขนาดใหญ่ จะเห็นได้ว่า บริษัทเกษตรขนาดใหญ่เท่านั้นจึง
สามารถกู้เงินเพื่อลงทุนในการเกษตรได้เป็นส่วนใหญ่ และมีกิจการเจริญเติบโต
อย่างใหญ่หลวง ถ้าหากพิจารณากันตามความเป็นจริงแล้ว ต่อไปบริษัทเกษตร
ขนาดใหญ่เหล่านี้จะเป็นผู้ควบคุมการผลิตและการตลาดสำาหรับผลิตภัณฑ์
การเกษตรมากขึ้น อันจะนำาไปสู่สถานการณ์ของการผูกขาด เนื่องจากผลิตภัณฑ์
การเกษตรของเกษตรกรไม่สามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์การเกษตรของบริษัท
เกษตรกรขนาดใหญ่ในด้านราคาได้ เกษตรกรจะขาดทางเลือกในด้านการตลาด
พ่อค้าขนาดเล็กจะไม่สามารถดำาเนินกิจการต่อไป และผู้บริโภคจะต้องเป็นผู้รับ
ผลกรรมในที่สุด ทั้งนี้เพราะว่า การผูกขาดการผลิตและการตลาดสำาหรับ
ผลิตภัณฑ์เกษตรชนิดหนึ่งๆ นั้น จะนำาไปสู่การผูกขาดการกำาหนดราคาผลิตภัณฑ์
และการเพิ่มราคาผลิตภัณฑ์ตามอำาเภอใจ
การเจริญเติบโตของภาคเกษตรแบบนี้ อันเป็นแบบที่บริษัทเกษตร
ขนาดใหญ่เจริญรุ่งเรือง ส่วนเกษตรกรขนาดเล็กจะต้องมองหาลู่ทางใหม่ๆ ในการ
หารายได้ เป็นสาเหตุสำาคัญที่ก่อให้เกิดความไม่เสมอภาคทางด้านรายได้ ซึ่งในที่สุด
จะเป็นสถานการณ์ที่จะคุกคามระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยส่วนรวม
7. มีความแตกต่างกันทางด้านรายได้อย่างใหญ่หลวงระหว่างเกษตรกร
และกลุ่มรายได้อื่นๆ และระหว่างเกษตรกรในภาคต่างๆ สำานักงานคณะกรรมการ
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รายงานว่า ในปี 2518 รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี
ของเกษตรกรเท่ากับ 5,288 บาท รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของลูกจ้างเท่ากับ
21,531 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีของผู้มีอาชีพอิสระและผู้เป็นเจ้าของ
ทรัพย์สินเท่ากับ 42,000 บาท ในบรรดาลูกจ้างนั้น ลูกจ้างธนาคารและ
70
ในภาคการค้ามีรายได้สูงสุด ติดตามด้วยลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและในภาค
บริการ เกษตรกรมีรายได้ 1 ใน 4 ของรายได้ของลูกจ้าง ส่วนผู้มีอาชีพอิสระ
และผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวมากกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของ
เกษตรกรถึง 8 เท่า มีการประมาณกันว่า รายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนจนในเมือง
อย่างน้อยที่สุดก็มากกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนจนในชนบท 3 เท่า สำานักงาน
70 Bangkok Bank Monthly Review, October 1977, p. 468.

