Page 181 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 181

สานต่อความคิด  บัณฑร อ่อนดำา   •  181



             มาโดยเกษตรกรในภาคใต้ (ซึ่งมีจำานวน 13.3 เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรทั้งหมด
             ในประเทศ) เกษตรกรจำานวน 18.8 เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรทั้งหมดในประเทศ
             ซึ่งอยู่ในภาคกลางเป็นเกษตรกรที่มีฐานะดีที่สุด ส่วนใหญ่ก็เนื่องมาจากว่า
             เกษตรกรในภาคกลางมีที่ดินมากกว่า และได้รับบริการด้านชลประทานมากกว่า
             ตัวเลขที่กล่าวมาแล้วยังชี้ให้เห็นด้วยว่า เกษตรกรส่วนมากไม่สามารถอยู่รอดได้

             โดยอาศัยการเพาะปลูกอย่างเดียว โดยปราศจากการทำางานเสริมนอกภาคเกษตร
                     ผลอันเกิดจากปัญหาดังกล่าวทั้งหมดก็คือ ประชากรส่วนใหญ่ของ
             ประเทศยังคงยากจน ทุพโภชนาการ มีที่อยู่อาศัยอย่างซ่อมซ่อ มีการศึกษาตำ่า

             และไม่สามารถมีมาตรฐานการครองชีพที่ดี ดังนั้น ประเทศไทยจึงเป็นประเทศที่
             ประชากรส่วนใหญ่ยากจนและประชากรส่วนน้อยมั่งคั่งรำ่ารวย คนที่มั่งคั่งรำ่ารวย
             เหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพ ในสถานการณ์เช่นนี้อาจกล่าวได้ว่า การขัดแย้ง
             ได้ถูกนำามาวางเป็นโปรแกรมไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะนำาไปสู่ความไม่พอใจ การก่อความ
             วุ่นวายและการจลาจลในไม่ช้า ปัญหาสังคมซึ่งเกิดก่อนการขัดแย้งดังกล่าวก็
             ปรากฏอยู่แล้วโดยทั่วไปเช่น โสเภณี การติดยาเสพติด การพนัน และการลักเล็ก
             ขโมยน้อย

                     ปัญหาของเกษตรกรนั้นเป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไป แต่คงจะไม่เป็นการ
             เพียงพอในการที่จะพูดกันถึงปัญหาและประกาศว่า จำาเป็นจะต้องมีการปรับปรุง
             สถานการณ์ของเกษตรกรให้ดีขึ้น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
             ฉบับแรกๆ ทั้ง 4 ฉบับ ล้วนถือว่า การพัฒนาชนบทเป็นเรื่องสำาคัญของนโยบาย

             ภายในประเทศของรัฐบาล แต่มิได้มีการดำาเนินการในเรื่องการพัฒนาชนบทอย่าง
             จริงจังและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากปัจจัยหลายอย่างหลายประการ โดยเฉพาะ
             อย่างยิ่งปัจจัยทางด้านการเมือง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี
             ได้สร้างคำาขวัญไว้ว่า “ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน” ตอนปลายปี 2520
             พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ประกาศว่า “รัฐบาลนี้
             มีปณิธานอันแน่วแน่ในการที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่
             (ในโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคม) รัฐบาลนี้ยอมรับไม่ได้ที่สิ่งต่างๆ ยังเหมือนเดิม

             ทั้งๆ ที่เกิดการปฏิวัติแล้ว และเกิดการปฏิวัติอีกไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้ว” และนายบุญชู
             โรจนเสถียร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ก็ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมาคมนัก
   176   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186