Page 182 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 182
182 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
เศรษฐศาสตร์การเกษตร เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2521 เป็นใจความว่า “รัฐบาล
ทุกรัฐบาลต่างก็ประกาศว่ามีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร
แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น” อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการประกาศซำ้าแล้วซำ้าอีกเกี่ยวกับ
เจตนาในการพัฒนาชนบทแต่ช่องว่างระหว่างคนมั่งคั่งรำ่ารวยในเมืองและ
คนยากจนในชนบทก็กว้างขึ้นทุกขณะ ความไม่เสมอภาคในด้านรายได้กลับ
เพิ่มมากขึ้น และสถานการณ์ของเกษตรกรขนาดเล็ก ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของ
ประเทศมาตั้งแต่โบราณกาลมาแล้วก็เลวร้ายลงเรื่อยๆ ความพยายามในการ
พัฒนาทุกอย่างล้วนมีผลต่อเกษตรกรในแง่ลบมากกว่าแง่บวก ผลดีจะตกแก่คน
มั่งคั่งรำ่ารวยซึ่งเป็นคนส่วนน้อยมากกว่า ส่วนบุคคลที่มีความต้องการผลจากการ
พัฒนาจริงๆ กลับไม่ได้รับ
ในปี 2524 อันเป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 5 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “หมู่บ้านต่างๆ
เป็นหัวใจในการวางแผนของประเทศ” และ “ความไม่เสมอภาคเช่นนี้ถ้าหาก
ขืนปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการแก้ไข ก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นและในไม่ช้าก็จะส่งผลร้าย
ต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” ในสุนทรพจน์เนื่องใน
วันปีใหม่วันที่ 1 มกราคม 2524 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี
ได้ยืนยันเอาไว้ว่า “…ปัญหาขั้นมูลฐานที่สำาคัญที่สุดและเป็นปัญหาระยะยาว
ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาชนบท จะต้องมีการนำาปัญหาดังกล่าวมาพิจารณา
ทบทวนกันใหม่ให้ถูกต้องและเหมาะสม ประการแรก เราจะต้องยอมรับความจริง
ว่าสังคมของเราเป็นสังคมเกษตร…ดังนั้น วัตถุประสงค์ที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด
ของนโยบายและการวางแผนพัฒนาของเรา จะต้องมุ่งไปที่การส่งเสริมสมรรถนะ
ของเกษตรกรให้สูงขึ้น เพราะเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ…
การพัฒนาในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา…ส่วนใหญ่จะเป็นประโยชน์แก่ภาคเมือง…ส่วน
ประชากรส่วนใหญ่ของภาคชนบทจะได้รับประโยชน์น้อยมากหรือไม่ได้รับเลย…
ข้อมูลที่มีอยู่ชี้ให้เห็นว่า ประชากรในชนบทที่ตกอยู่ในฐานะยากจนมีจำานวนกว่า
10 ล้านคน…รัฐบาลได้ตระหนักดีว่า ภาคชนบทเป็นหัวใจของประเทศ ถ้าหาก
ภาคชนบทไม่สามารถอยู่รอดได้ ประเทศก็ไม่สามารถจะอยู่รอดได้เช่นกัน ดังนั้น
รัฐบาลนี้จึงถือได้ว่า การพัฒนาชนบทเป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน

