Page 167 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 167
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 167
ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ควรนำามาพิจารณาก็คือ มีสถาบันเกษตรกร
(สหกรณ์การเกษตร และกลุ่มเกษตรกร) น้อยมากที่ดำาเนินกิจการในด้านการขาย
ผลผลิตเกษตร และเกษตรกรกลุ่มส่วนมากจำาต้องขายผลผลิตของตนให้แก่พ่อค้า
ที่ออกเงินกู้ โครงการประกันราคาที่รัฐบาลประกาศสำาหรับพืชหลายชนิดไม่มี
ผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านราคามากนัก เนื่องจากรัฐบาลขาดกลไกที่จำาเป็น
ในการบังคับการควบคุมราคา ดังนั้น โครงการแทรกแซงตลาดของรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันราคา หรือการแทรกแซงผ่าน อตก. และ ชสท.
ส่วนใหญ่จึงเป็นโครงการที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ
จากสถานการณ์และสภาพการณ์ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า การตลาด
ในระดับท้องถิ่นจึงเป็นการผูกขาดอยู่ โดยที่เกษตรกรมีทางเลือกน้อยมาก หรือ
ไม่มีทางเลือกเลยในการขายผลผลิตของตน ดังนั้น เกษตรกรจึงมักจะปฏิเสธการ
ยอมรับและการปลูกพืชชนิดใหม่ๆ และปฏิเสธการยอมรับและการใช้เทคโนโลยี
การเกษตรใหม่ๆ การที่เกษตรกรทำาเช่นนั้นก็เพราะว่ามองไม่เห็นช่องทางในด้าน
การตลาดสำาหรับรับซื้อผลผลิตของตน เกี่ยวกับพืชชนิดใหม่ๆ นั้น เค้าโครงสำาหรับ
การผลิตพืชชนิดใหม่ๆ ขนาดใหญ่และมีปริมาณมากก็ไม่อาจเป็นไปได้ในทันที
ทันใด นอกจากนั้น บริษัทขนาดใหญ่ก็ไม่สนใจซื้อผลผลิตที่มีปริมาณน้อยและ
พ่อค้าในท้องถิ่นก็สนใจซื้อแต่ผลผลิตชนิดเก่าอยู่อย่างเดิมและแบบเดิม ดังนั้น
จึงยังไม่เป็นการถูกต้องนักที่จะตำาหนิเกษตรกรว่าเป็นผู้โง่เขลา ไม่มีการศึกษา
และหัวโบราณ ถ้าหากเกษตรกรปฏิเสธที่จะยอมรับคำาแนะนำาและข้อเสนอแนะ
ในอันที่จะปรับปรุงการผลิตของพวกเขาให้ดีขึ้น
ผลผลิตเกษตรไม่ใช่แต่เพียงจะมีราคาตำ่าในฤดูเก็บเกี่ยวเท่านั้น แต่
ผลผลิตเกษตรยังมีราคาตำ่าอยู่ตลอดเวลา ถ้าหากเปรียบเทียบกับราคาขายส่ง
ผลผลิตเกษตรในกรุงเทพฯ และราคาสินค้าส่งออกผลผลิตเกษตร สถานการณ์และ
สภาพการณ์ดังกล่าวประกอบกับการที่เกษตรกรถูกโกงตาชั่งและคุณภาพผลผลิต
เกษตร อธิบายให้เห็นชัดถึงความหมายอันแท้จริงของสุนทรพจน์ของนายบุญชู
โรจนเสถียร อดีตประธานธนาคารกรุงเทพ ที่กล่าวต่อสมาคมนักเศรษฐศาสตร์
การเกษตร เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2521 ซึ่งมีใจความว่า “เกษตรกรไม่ได้รับราคา
ที่เหมาะสมสำาหรับผลผลิตของพวกเขา เพราะระบบตลาดของเรายังไม่ดีพอทำาให้

