Page 171 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 171
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 171
จะเป็นที่ราบ นำ้าไม่ไหลซึมเร็วและมีชั้นดินอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างหนา ดินเหล่านี้
เหมาะสมกับการปลูกข้าวมาก เนื่องจากดินเหล่านี้มีเนื้อหนาและมีความอุดม
สมบูรณ์ปานกลางถึงดี ที่ดินในภาคกลาง เป็นดินที่นำ้าไหลซึมได้เร็วกว่าและ
เป็นที่ราบสามารถนำาเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้เพาะปลูกได้อย่างสะดวก
ได้มีการนำาเอาพืชไร่ต่างๆ เช่น ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ฝ้าย ถั่วลิสง และ
ผลไม้มาปลูกในที่ดินเหล่านี้ เมื่อมีการเริ่มปลูกข้าวเพื่อการค้า เนื่องจากมีปัญหา
เกี่ยวกับการเพิ่มของประชากรในระยะทศวรรษหลังๆ มานี้ และเนื่องจากปัญหา
การเช่าที่ดินมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผลก็คือ มีการอพยพของประชากรเข้าไปในพื้นที่ใน
ระดับสูงขึ้นไปมากขึ้น โดยที่ไม่มีทางควบคุมได้ พื้นที่เหล่านี้แต่เดิมเป็นป่าทึบบ้าง
เป็นป่าโปร่งบ้าง แนวความคิดเรื่องการปลูกพืชชนิดเดียวอันเป็นแนวความคิดที่มี
มาเป็นเวลานานหลายศตวรรษยังคงนำามาเป็นแนวความคิดที่ใช้กับพื้นที่สูงเหล่านี้
ต่อไป ดังจะเห็นได้ว่า ใช้ปลูกข้าวบ้าง ใช้ปลูกพืชไร่อื่นๆ บ้าง แต่เพียงอย่างใดอย่าง
หนึ่งอย่างเดียว โดยที่มิได้คำานึงถึงโครงสร้างของดินซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์น้อยกว่า
ปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำาให้พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลกลายเป็นป่าหมดสภาพ
ไปบ้าง และกลายเป็นพื้นที่ที่มีพุ่มไม้ปกคลุมอยู่โดยทั่วไปบ้าง ดังนั้น การตัดไม้
ทำาลายป่าจึงมีอัตราสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่าตัวเลขของทางราชการ ซึ่งเป็น
ตัวเลขที่เกิดจากการมองโลกในแง่ค่อนข้างจะดีสักหน่อยก็ยังยอมรับว่า ป่าลดลง
รวดเร็วอย่างน่าใจหาย ดังที่จะเห็นได้จากตัวเลขดังต่อไปนี้ อันเป็นตัวเลขแสดงถึง
เปอร์เซ็นต์ของที่ดินที่เป็นป่าเปรียบเทียบกับจำานวนที่ดินทั้งหมด 68
2518 2525
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 27.3 เปอร์เซ็นต์ 15.4 เปอร์เซ็นต์
ภาคเหนือ 62.4 เปอร์เซ็นต์ 51.7 เปอร์เซ็นต์
ภาคกลาง 42.4 เปอร์เซ็นต์ 25.5 เปอร์เซ็นต์
ภาคใต้ 30.2 เปอร์เซ็นต์ 23.3 เปอร์เซ็นต์
ทั่วประเทศ 40.8 เปอร์เซ็นต์ 30.5 เปอร์เซ็นต์
68 Agricultural Statistics of Thailand 1983/84.

