อบต.แม่เจ้าอยู่หัว นครศรีธรรมราช จัดประชุมขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการขยะแบบมีส่วนร่วม เปลี่ยนขยะเป็นรายได้และสวัสดิการชุมชน มุ่งสู่ “ตำบลสะอาด” ลดค่าใช้จ่ายท้องถิ่นหลายแสนบาทต่อปี พร้อมสร้างต้นแบบการพัฒนาฐานราก
นครศรีธรรมราช/ 4 พฤษภาคม 2569– สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดประชุมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านโครงการ “เตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนการนำนวัตกรรมพร้อมใช้สู่ชุมชน” ภายใต้โครงการการจัดการขยะในชุมชนแบบมีส่วนร่วม โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการบริหารจัดการขยะที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
การประชุมในครั้งนี้คือการสร้างความเข้าใจร่วมกันในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางคือระดับครัวเรือน โดยมีการผลักดัน “ธนาคารขยะ” ให้กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังเป็นกลไกสร้างรายได้และจัดสรรสวัสดิการให้แก่สมาชิกในชุมชน
นายชัยยา กลางบน ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแม่เจ้าอยู่หัว กล่าวว่า ชุมชนสามารถนำขยะมาเปลี่ยนเป็นมูลค่าเงิน และนำรายได้ส่วนนั้นกลับมาจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดรายจ่ายของครัวเรือนแล้ว ยังส่งผลให้กองทุนสวัสดิการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านนางฟาตีเม๊าะ เจ๊ะมะ เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนชำนาญงาน รองประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า การเรียนรู้เทคนิคการคัดแยกขยะที่ถูกต้องคือปัจจัยหลักที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้และทำให้ระบบการจัดการขยะได้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิรมล จันทรชาติ มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวถึง นวัตกรรมผลิตปุ๋ยชีวภาพแบบไร้อากาศสู่การอนุรักษ์วิถีโหนดนาเล ภายใต้แนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) ซึ่งเป็นการปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมของคาบสมุทรสทิงพระและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา การเปลี่ยนของเสียจากครัวเรือนเป็นปุ๋ยชีวภาพไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด แต่ยังสร้างความยั่งยืนทางการเกษตรและเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจในระยะยาว
นางเสาวลักษณ์ ปรปักษ์พ่าย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร กล่าวว่า ปัญหาขยะเป็นความท้าทายระดับชาติ หากตำบลแม่เจ้าอยู่หัวสามารถออกแบบระบบการจัดการที่เหมาะสมกับตนเองได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่ทรงพลังและสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศได้ เป้าหมายของโครงการคือการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยเข้ากับการปฏิบัติจริง เพื่อให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่กระบวนการคัดแยก การแปรรูป ไปจนถึงการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม













