ทีมบูรณาการน่านรุดช่วยแม่ครูกุหลาบ ครูซอชื่อดังหลังพายุฤดูร้อนพัดบ้านเสียหายหนัก เร่งวางแผนสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้ปลอดภัย พร้อมดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในฐานะบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม
จังหวัดน่าน/ 4 พฤษภาคม 2569– กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และคณะ ลงพื้นที่บ้านหนองแดง หมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งน้าว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อตรวจสอบความเสียหายและวางมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ “แม่ครูกุหลาบ ศรีทะแก้ว” ศิลปินพื้นบ้านผู้เชี่ยวชาญการขับซอล่องน่าน วัย 72 ปี
จากการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นพบว่า บ้านพักอาศัยของแม่ครูกุหลาบได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง โดยเฉพาะโครงสร้างชั้นที่ 2 ของบ้านถูกแรงลมพัดหายไปเกือบทั้งหมด ส่งผลให้ไม่สามารถใช้สอยพื้นที่ด้านบนได้ ขณะที่สภาพชั้นล่างซึ่งเคยผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมมาก่อนหน้านี้ ตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก โครงสร้างไม้เดิมเริ่มผุพังและมีความเสี่ยงที่จะเกิดการทรุดตัว จนทีมงานประเมินว่าไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
นอกจากปัญหาด้านที่อยู่อาศัยแล้ว แม่ครูกุหลาบยังมีภาวะลำบากด้านสุขภาพเนื่องจากเป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวรุมเร้า ทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด การอาศัยอยู่ในบ้านที่พังทลายจึงถือเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุด ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ร่วมกันออกแบบแนวทางการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเน้นการบูรณาการภารกิจของกระทรวง พม. เพื่อสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วย ผอ.พอช. มาตรการช่วยเหลือเบื้องต้นประกอบด้วย การออกแบบโครงสร้างใหม่ ที่ออกแบบบ้านที่เน้นความมั่นคงแข็งแรง สามารถต้านทานแรงลมและรองรับสภาพน้ำท่วมในพื้นที่ได้ตามหลักวิศวกรรม การบูรณาการงบประมาณ ผสมผสานงบประมาณจากโครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ และงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ร่วมกับเงินบริจาคและแรงงานอาสาในชุมชน การดูแลสุขภาพ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการรักษาโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่องในระหว่างกระบวนการก่อสร้าง
แม่ครูกุหลาบเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยสืบสาน “ซอล่องน่าน” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่นับวันจะหาผู้สืบทอดได้ยาก การดูแลแม่ครูในยามเดือดร้อนจึงไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์รายบุคคล แต่คือภารกิจในการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาวน่านเอาไว้ให้คงอยู่สืบไป นายสยาม กล่าว













