Page 96 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 96
96 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมอื่นๆ ประโยชน์ส่วนมากจะตกอยู่กับชาวบ้านที่มี
ความเป็นอยู่ดีอยู่แล้วอย่างที่เคยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
แนวทางการพึ่งตนเองโดยผ่านการสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรนั้น มักจะ
ล้มเหลวแต่ก็มีหลายกรณีที่ประสบผลสำาเร็จและแสดงให้เห็นว่า การสหกรณ์
ได้มีบทบาทสำาคัญในการพัฒนาชนบท เช่น ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา
ด้วยลักษณะการพึ่งตนเอง การพัฒนาสหกรณ์ในประเทศไทยได้รับการก่อตั้งขึ้น
โดยรัฐบาลในปี ค.ศ.1916 โดยมีพื้นฐานจากรูปแบบของไรไฟเซน (Raiffeisen
Model) จนกระทั่งปัจจุบันนี้มีสหกรณ์ถึง 6 ประเภท คือ สหกรณ์การเกษตร
(agricultural cooperative) สหกรณ์ที่ดิน (land settlement cooperative)
สหกรณ์การประมง (fishery cooperative) สหกรณ์ผู้บริโภค (consumer
cooperative) สหกรณ์ออมทรัพย์ (Thrift and credit cooperative) และ
สหกรณ์การบริการ (service cooperative) สหกรณ์การเกษตรนั้นได้รับ
การจัดตั้งขึ้นในกลุ่มสังคมพื้นฐานในระดับท้องถิ่น และจัดตั้งเป็นกลุ่มใหญ่
ในระดับสูงขึ้นมาเป็นระดับจังหวัด เป็นรูปของชุมนุมสหกรณ์ และสันติบาต
สหกรณ์แห่งประเทศไทยในระดับชาติ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรนั้นกิจกรรมหลัก
เน้นด้านธุรกิจของสหกรณ์การเกษตร ส่วนสันนิบาตสหกรณ์มีหน้าที่ในการทำางาน
วิจัย การให้การศึกษาและการฝึกอบรมแก่ขบวนการสหกรณ์ หน้าที่หลักของ
สหกรณ์ในระดับท้องถิ่นคือ การจัดหาเงินกู้และบริการอื่นๆ แก่สมาชิก สหกรณ์
ในระดับจังหวัดจะจัดตั้งขึ้นได้ต่อเมื่อการรวมตัวกันของสหกรณ์ในระดับท้องถิ่น
เกินกว่า 3 สหกรณ์ขึ้นไป โดยมีกิจกรรมการแปรรูปด้วยเช่น การสีข้าว การแปรรูป
มันสำาปะหลัง ฯลฯ กรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นจะรับผิดชอบโดยตรงในการจัดตั้ง
และการบริหารงานสหกรณ์ ส่วนกรมตรวจบัญชีสหกรณ์นั้นมีหน้าที่ในการ
ตรวจสอบบัญชี
สหกรณ์การเกษตรในประเทศไทยนั้น มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ในความไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งก็มีเหตุผลในเรื่องนี้อยู่หลายประการ รวมทั้ง
การที่การสหกรณ์นั้นได้รับการจัดตั้งโดยคำาสั่งจากเบื้องบนหาใช่มีจุดกำาเนิดจาก
ปัญหาและความต้องการของประชากรในท้องถิ่นไม่ แผนงานและกฎระเบียบ

