Page 193 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 193
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 193
ประการแรก ระบบการศึกษาดังกล่าวไม่เพียงแต่จะดึงเยาวชนที่มีความ
รู้จากชนบทมาสู่เมือง เนื่องจากมีโอกาสได้รับการศึกษาดีเท่านั้น แต่ระบบการ
ศึกษาดังกล่าวยังตรึงให้เยาวชนที่มีความรู้อยู่ในเมืองตลอดไปอีกด้วย เยาวชน
ที่มีความรู้เหล่านี้ชอบหางานที่มีเงินตำ่าที่สุดในเมืองมากกว่าการเป็นเกษตรกร
ขนาดเล็กในชนบท ในทำานองเดียวกันลูกหลานที่เกิดต่อมาก็จะต้องได้รับ
การศึกษาและกลายเป็นคนเมืองไปหมด การอยู่ในเมืองของคนในเวลาต่อมา
จึงเป็นการปิดวัฎจักร
ประการที่สอง โครงสร้างแบบช่วงชั้นของระบบการศึกษา ทำาให้ช่องว่าง
ระหว่างบุคลากรระดับบนและบุคลากรระดับล่างกว้างมากขึ้น ความแตกต่างใน
มาตรฐานการศึกษา จึงทำาให้ประชาชนเข้ารับราชการในระดับต่างๆ หลายระดับ
แต่โอกาสเจริญก้าวหน้าในงานที่ทำาเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีนักในด้านขวัญและกำาลังใจ
เป็นสิ่งที่ทราบกันดีและเข้าใจกันดี ยิ่งกว่านั้นบุคลากรระดับอาวุโส ซึ่งรับผิดชอบ
ในการวางแผนและการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ก็ไม่ค่อยได้ทำางานในระดับ
ภาคสนามและระดับกลาง เมื่อเป็นเช่นนี้ บุคลากรอาวุโสจึงขาดประสบการณ์
ภาคปฏิบัติและขาดความเข้าใจภาคชนบท
ประการที่สาม ระบบการศึกษาที่เน้นทฤษฎีมากก็มีอิทธิพลต่อการศึกษา
ด้านการเกษตร แหล่งความรู้ของเกษตรกรขึ้นอยู่กับภาคสร้างความรู้เท่านั้น กล่าว
คือ ขึ้นอยู่กับการวิจัยและการสอนเท่านั้น มิได้ขึ้นอยู่กับการทำาการเกษตรเลย
มีตัวอย่างชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตัวอย่างหนึ่ง
อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรคนหนึ่งที่เขากำาลังบรรยายครั้งหนึ่ง ได้สาธิตเครื่อง
หยอดเมล็ดพืชด้วยมือให้เกษตรกรขนาดเล็กชมและอธิบายให้เกษตรกรขนาด
เล็กฟังว่า คณะวิจัยคณะหนึ่งได้พัฒนาเครื่องหยอดเมล็ดพืชด้วยมือเครื่องนี้
ขึ้นเมื่อ 5 ปีมาแล้ว เมื่อมีผู้ถามว่า ได้มีการกระจายเครื่องเหล่านี้ไปให้เกษตรกร
ขนาดเล็กอย่างไร เกษตรกรขนาดเล็กนำาไปใช้อย่างไร และมีบริษัทผู้ผลิตเครื่อง
แบบนี้ออกมาหรือไม่ อาจารย์ผู้นี้ตอบว่า เรื่องที่ถามมาทั้งหมดเป็นเรื่องที่
ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย ดังนั้นผู้ที่จบมาทางด้านการเกษตรจึงเป็นผู้ที่ได้รับ
การฝึกมาทางด้านวิทยาศาสตร์และทฤษฎีอย่างมาก แต่ไม่มีความรู้ ความสนใจ
ในการผลิตของเกษตรกรขนาดเล็ก ซึ่งถือว่า เป็นการผลิตที่ล้าหลังเลยแม้แต่น้อย

