Page 142 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 142

142   •  สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป


                     กลุ่มทั้ง 3 กลุ่ม หรือ 3 หมวดนี้ เป็นองค์ประกอบสำาคัญของมรรคๆ หนึ่ง
             เพราะนิพพานจะบรรลุได้โดยบุคคลแต่ละคน ไม่ใช่ผลักภาระไปให้องค์กร
             ภายนอก หรือบุคคลอื่นมาบรรลุแทน การบรรลุพระนิพพานจะบรรลุได้
             โดยตนเอง โดยผ่านการพัฒนา พลัง และคุณภาพทางจิต ส่วนคนอื่นนั้นอาจ
             ให้ความช่วยเหลือทางอ้อม จากหลักการดังกล่าว จึงหมายถึงว่า บุคคลแต่ละคน
             จะต้องรับผิดชอบในการปลดปล่อยตนเอง ดังนั้นพุทธศาสนาจึงมิใช่ศาสนา แต่

             เป็น “วิถีชีวิต” อันจะนำาไปสู่ความเป็นอิสระของจิตใจ ในด้านเกี่ยวกับเศรษฐกิจ
             นั้น ได้มีทรรศนะแตกต่างกัน ระหว่างความคิดทางเศรษฐกิจสมัยปัจจุบัน และ
             “วิถีชีวิตแบบพุทธ” ทรรศนะทางเศรษฐกิจสมัยปัจจุบันที่สำาคัญๆ จะสนใจอยู่
             กับหน้าที่ของงาน ความสัมพันธ์ระหว่างสินค้ากับการบริโภค ความสัมพันธ์กับ
             ทรัพยากร และปัญหาเกี่ยวกับความทันสมัย

                     หน้าที่ของงาน ในวิถีชีวิตแบบพุทธมี 3 ประการ คือ
                     1. การให้คนมีโอกาสใช้ประโยชน์และพัฒนาความสามารถต่างๆ ของตน

                     2. การทำาให้คนมีความสามารถ เอาชนะความเห็นแก่ตัว โดยการร่วมกัน
             ทำางานส่วนรวมกับคนอื่น

                     3.  การผลิตสินค้าและบริการที่จำาเป็นให้มีสำาหรับความเป็นอยู่
             การพักผ่อนและงานเป็นส่วน 2 ส่วนของการดำารงชีวิตอยู่ ซึ่งในกระบวนการนี้
             คนมีความสำาคัญกว่าสินค้า ลักษณะของคนเกิดจากงานเป็นสำาคัญ ถ้าหากได้
             มีการกระทำางานอย่างเหมาะสม ในเงื่อนไขต่างๆ ของศักดิ์ศรีและเสรีภาพของ
             มนุษย์ ก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อคนที่ทำา และผลผลิตจากการทำางานเท่าๆ กัน   ดังนั้น
                                                                   47
             คนเราจะต้องมีลู่ทางในการทำางาน มิฉะนั้นแล้ว เขาจะขาดทั้งรายได้และโอกาส
             ในการพัฒนาตนเอง  ดังนั้น การวางแผนทางเศรษฐกิจแบบพุทธจึงให้ความสำาคัญ
             สูงสุดต่องานสำาหรับทุกคนที่ต้องการงาน “ภายนอก” จากหลักการเช่นนี้จึงหมาย
             ถึงด้วยว่าคนที่ต้องการงาน “ภายนอก” เท่านั้น ที่จะต้องหางานทำาและจะต้อง
             มีงานทำา (มีคนจ้าง) อย่างไรก็ตาม สำาหรับเศรษฐกิจศาสตร์สมัยใหม่ แรงงานเป็น
             เพียงปัจจัยการผลิตประการหนึ่ง ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนได้กับปัจจัยการผลิตอื่นๆ


             47   E.F. Schumacher : Buddhist Economics in Small is Beautiful, pp. 44-51.
   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147