Page 143 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 143
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 143
คนเราสามารถพบความจริงสูงสุด (บรรลุนิพพาน) ได้ในตัวเองเท่านั้น
และเขาเป็นผู้รับผิดชอบที่จะบรรลุนิพพานด้วยตนเอง การยึดมั่นอยู่กับสินค้า
และความอยากในการบริโภคสินค้าเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุพระนิพพานและ
การบรรลุธรรมะ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีอะไรที่ต่อต้านการบริโภคสินค้า เนื่องจาก
สินค้าและการบริโภคสินค้าเป็นมรรควิธีในการดำารงชีพอยู่ได้ ส่วนเศรษฐศาสตร์
สมัยปัจจุบัน การผลิตและการเพิ่มการบริโภคเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดของกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจทุกอย่าง
ธรรมชาติมูลฐานของอารยธรรม ก็คือการยกมาตรฐานการครองชีพ
ให้สูงขึ้น ซึ่งหมายถึงการเพิ่มความต้องการให้มากขึ้น ในการตอบสนองความ
ต้องการที่เพิ่มมากขึ้นนี้ ทรัพยากรก็ถูกนำามาใช้ประโยชน์มากขึ้น จากทรรศนะ
ทางพระพุทธศาสนา หลักเศรษฐศาสตร์สมัยปัจจุบันจึงขัดแย้งกับมรรคอันจะ
นำาไปสู่การพัฒนาทางด้านจิตใจและศีลธรรมของคน เพราะหลักเศรษฐศาสตร์
ปัจจุบันนั้นคล้อยตามความอยากต่อสิ่งที่เป็นวัตถุ “การผลิตจากทรัพยากรท้องถิ่น
สำาหรับการบริโภคในท้องถิ่นเป็นวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจที่มีเหตุผลที่สุด” ไม่มีเหตุผล
หรือการโต้แย้งที่ว่าคนที่มีชีวิตอย่างสมบูรณ์โดยวัตถุต่างๆ และการบริโภคไม่อาจ
นำาไปสู่การพัฒนาคนได้ หลักคำาสอนทางพุทธศาสนาเรื่องวิถีชีวิต คือ สัมมาวาจา
สัมมากัมมันตา และสัมมาอาชีวะ หลักศีลธรรมนี้ ส่งเสริม เอกภาพ ความสามัคคี
และความสัมพันธ์อันถูกต้องระหว่างบุคคล การนำาทรัพยากรมาใช้อย่างประมาท
เป็นการละเมิดธรรมชาติ ดังนั้น จึงถือได้ว่าเป็นการละเมิดหลักธรรมทางพุทธ
ศาสนา ซึ่งเน้นอหิงสาต่อคนและธรรมชาติ
ผลร้ายของการสร้างสิ่งต่างๆ ให้ทันสมัยในประเทศที่ด้อยพัฒนานั้น เป็น
ที่ทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว เกี่ยวกับเรื่องนี้ อี.เอฟ.ชูมาคเกอร์ได้ทำาการสรุปไว้ว่า
48
พิจารณาจากประสบการณ์ระยะสั้น และอนาคตในระยะยาว จะเห็นได้
ว่าการศึกษาเศรษฐศาสตร์แบบชาวพุทธนั้นสามารถจะให้ข้อเสนอแนะแก่บุคคลที่
เชื่อว่า ความจำาเริญทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำาคัญกว่าคุณค่าทางด้านจิตใจ เพราะ
ปัญหามิได้อยู่ที่จะเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างสิ่ง 2 สิ่ง คือ “ดูความจำาเริญ
48 E.F. Schumacher, น. 49 และ น. 51.

