Page 115 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 115
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 115
ทุกระดับและจากสถาบันภายนอก ในการกำาหนดทิศทางและขยายโครงการ
พัฒนาเกษตรกรขนาดเล็กในประเทศไทย
ปัจจุบัน โครงการนี้จัดทำาอยู่ใน 4 จังหวัด ในภาคใต้ ภาคเหนือและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในแต่ละจังหวัดจะดำาเนินการใน 8-9 หมู่บ้าน
สถานการณ์และศักยภาพในหมู่บ้านเหล่านี้มีความแตกต่างกันเมื่อพิจารณาถึง
ทางสังคม โครงสร้างอำานาจ ความผูกพันทางวัฒนธรรมและสังคม อย่างไรก็ตาม
ได้มีการพิจารณากันว่าอำาเภอที่ได้รับเลือกนั้นได้รับบริการจากรัฐและมีโครงสร้าง
พื้นฐานน้อยที่สุด และจะไม่เลือกพื้นที่ซึ่งไม่ยอมรับวิธีการพัฒนาโดยให้ประชาชน
มีส่วนร่วม
การประเมินผล : สมมติฐานของโครงการพัฒนาเกษตรกรขนาดเล็ก
มีอยู่ว่า คนจนในชนบทไม่ได้รับส่วนในผลของการพัฒนาเท่าที่ควร รายได้ของ
คนจนจะเพิ่มขึ้นโดยผ่านองค์กร (ชาวนา) และการทำาหน้าที่ของกลุ่มซึ่งช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกัน และการสนับสนุนจากภายนอก ดั้งนั้น คนจนจะมีอำานาจต่อรอง
มากขึ้น จุดอ่อนสำาคัญของโครงการที่เห็นแน่นอน ก็คือ ระยะเวลาทำางานสั้นเพียง
2 ปีซึ่งก่อให้เกิดข้อจำากัดและความกดดันแก่ “นักรวมกลุ่ม” อย่างหนักหน่วง
วิวัฒนาการเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปและไม่อาจสร้างเงื่อนไขให้ได้
ยิ่งว่านั้นกำาหนดการปฏิบัติงานก็ค่อนข้างเข้มงวด และบังคับให้เจ้าหน้าที่ต้อง
ประสบผลสำาเร็จในระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตามประสบการณ์บอกเราว่า
การพัฒนานั้นไม่อาจบังคับให้เกิดขึ้นได้ การรวมกลุ่มต้องใช้เวลา มีกิจกรรมที่
ตอบสนองต่อความต้องการอันแท้จริงและชาวบ้านจัดทำาขึ้นเอง หากการมี
ส่วนร่วมนั้นถือเป็นหลักการไม่อาจเอาไปบังคับให้ชาวบ้านทำา นักรวมกลุ่มทราบดี
ว่าต้องการใช้เวลาหลายปีในการที่จะทำากิจกรรมเริ่มแรกให้ประสบกับความสำาเร็จ
แผนการดำาเนินงานก่อให้เกิดเงื่อนไขที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งและการดำาเนินงาน
ของกลุ่ม นักรวมกลุ่มแต่ละคนจะต้องสร้างกลุ่มขึ้นมาจำานวนหนึ่ง ซึ่งจะต้อง
ทำากิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ แต่ละกลุ่มจะต้องเป็นอิสระภายใน 2 ปี การสร้าง
ความสัมพันธ์ที่จะให้กลุ่มเป็นสหกรณ์ก็ก่อให้เกิดปัญหาต่อไปอีก ขบวนการ
สหกรณ์ในประเทศไทยนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าประสบกับความล้มเหลวตลอดมา

