พอช. ร่วมกับ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว จัดฝึกอบรมหลักสูตร “ช่างติดตั้งและบำรุงรักษาเซลล์แสงอาทิตย์” ระหว่างวันที่ 7–11 ส.ค. 2569 เพื่อพัฒนาทักษะช่างชุมชนหนุนโครงการบ้านมั่นคง สู่การพึ่งพาตนเอง
สระแก้ว/ 7 สิงหาคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จับมือ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว พัฒนาทักษะความสามารถของช่างชุมชน ฝึกอบรมหลักสูตร “ช่างติดตั้งและบำรุงรักษาเซลล์แสงอาทิตย์” (ระยะเวลา 30 ชั่วโมง) ระหว่างวันที่ 7–11 สิงหาคม 2569 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง โดย นางพะเยาว์ ทองศรี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม พร้อมด้วย นางสาวสุธิดา บัวสุขเกษม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท พอช. นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้นำขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว และช่างชุมชนจากพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา จำวนกว่า 20 คน เข้าร่วม ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
นางพะเยาว์ ทองศรี
นางพะเยาว์ ทองศรี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว กล่าวว่า การอบรมเรื่องการใช้พลังงานทดแทนมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาทักษะ มุ่งหวังให้ประชาชนได้รับความรู้และทักษะไปใช้งานจริง จุดเริ่มต้นโครงการนี้เกิดจากผู้นำเครือข่าย “บ้านมั่นคง” เข้ามาหารือกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว เนื่องจากในชุมชนได้รับการสนับสนุนระบบโซล่าเซลล์มาก่อนหน้านี้ แต่อุปกรณ์เริ่มชำรุดและขาดช่างที่มีความรู้ด้านการซ่อมบำรุง ทางสถาบันฯ ซึ่งมีโครงการอบรมรองรับอยู่แล้ว ประกอบกับได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดสระแก้ว จึงได้จัดหลักสูตรอบรมระบบโซล่าเซลล์ความยาว 30 ชั่วโมง ให้แก่กลุ่มพี่น้องบ้านมั่นคงทันที
นางพะเยาว์ กล่าวถึง สำหรับผู้เข้าอบรมจะได้รับในหลักสูตร 30 ชั่วโมง (ระยะเวลา 5 วัน) จะได้เรียนรู้ความรู้พื้นฐาน ได้แก่ ระบบไฟฟ้า การเดินระบบ การดูแลรักษา การซ่อมบำรุงโซลาร์เซลล์เบื้องต้น และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยในการทำงาน เนื่องจากเป็นหลักสูตรเบื้องต้น ใน 5 วันนี้อาจยังไม่ทำให้ถึงขั้นเชี่ยวชาญจนซ่อมงานยากๆ ได้ทันที แต่ทุกคนจะได้ฐานความรู้ระบบไฟฟ้าที่แน่นขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนความเชี่ยวชาญเพิ่มเติมจะต้องอาศัยการลงปฏิบัติงานจริงแบบ Workshop หน้างานต่อไป ซึ่งในอนาคตทางสถาบันฯ มีแผนจะจัดหลักสูตรยกระดับฝีมือ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถซ่อมบำรุงระบบที่ซับซ้อนได้อย่างเต็มรูปแบบ
นางพะเยาว์ กล่าวต่อ ในส่วนของการขยายผลและหลักสูตรอื่นๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสนับสนุนจากจังหวัดสระแก้ว ทางสถาบันฯ พร้อมขยายผลให้ครอบคลุมประชาชนทุกคน แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลก็สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์เข้ารับการฝึกอบรมได้เสมอ นอกจากหลักสูตรโซล่าเซลล์แล้ว ทางสถาบันฯ ยังมีสาขาอาชีพยอดนิยมอื่นๆ เปิดสอน ได้แก่ กลุ่มช่างเทคนิค เช่น ช่างไฟฟ้าภายในอาคาร, ช่างซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ, ช่างเชื่อม, ช่างตัดผมชาย และกลุ่มภาคบริการและอาหาร เช่น การทำเบเกอรี่, บาริสต้า, ผู้ประกอบธุรกิจเครื่องดื่ม
สำหรับช่องทางการสมัครและการเข้าร่วมอบรม ผู้ที่สนใจสามารถมาสมัครคนเดียว หรือรวมกลุ่มกันมาเป็นทีมประมาณ 15–20 คน แจ้งความประสงค์เข้ามาได้ หากมาเป็นกลุ่มใหญ่จะสามารถประสานเปิดรุ่นให้ได้ง่ายขึ้น จากนั้นจะแจ้งนัดหมายช่วงเวลาการอบรมที่เหมาะสมให้ทราบต่อไป โดยผู้สนใจสามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ผ่านนายอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชนในพื้นที่ หรือติดต่อโดยตรงทางออนไลน์ที่ Inbox เพจ Facebook: สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว นางพะเยาว์ กล่าวในตอนท้าย
นางสาวสุธิดา บัวสุขเกษม
นางสาวสุธิดา บัวสุขเกษม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท พอช. กล่าวถึงความสำคัญของการอบรมรุ่น ซึ่งประกอบด้วยผู้เข้าร่วมอบรมจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และชลบุรี พอช. มีเป้าหมายในการสนับสนุนโครงการพลังงานทางเลือกโดยชุมชน เพื่อให้พี่น้องได้พัฒนาศักยภาพ เรียนรู้ ต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และดูแลรักษาระบบโซลาร์เซลล์ในชุมชนให้มีความยั่งยืน พร้อมทั้งขอบคุณทางสถาบันพัฒนาฝีมือฯ ที่ช่วยสร้างเครือข่ายช่างชุมชนและการขยายผลในด้านอื่นๆ
นางสาวสุธิดา กล่าวต่อ พอช. โดยสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท ได้ดำเนิน “โครงการสนับสนุนพลังงานทางเลือกบ้านมั่นคง” ภายใต้วงเงินงบประมาณ 42,000,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของขบวนองค์กรชุมชน บริหารจัดการงบประมาณที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบสนองนโยบายรัฐบาลและความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศให้ทันกรอบเวลา และเปลี่ยนวิกฤตงบประมาณให้เป็นโอกาสในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญประกอบด้วย มุ่งเน้นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ สร้างความยั่งยืนให้โครงการบ้านมั่นคงในระยะยาว ผ่านการลงทุนปรับพฤติกรรมและการจัดการพลังงานของสมาชิก สนับสนุนเครือข่ายชุมชนเมืองและตำบลในโครงการบ้านมั่นคงเมืองและชนบท มีพื้นที่ดำเนินการอย่างน้อย 80 เมืองหรือตำบลทั่วประเทศ
สำหรับการดำเนินงานโครงการพลังงานทางเลือกบ้านมั่นคง มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 81 โครงการ แบ่งเป็นโครงการบ้านมั่นคงเมือง 49 โครงการ และโครงการบ้านมั่นคงชนบท 31 โครงการ ในพื้นที่ 47 จังหวัด 5 ภาค ใช้วงเงินงบประมาณรวม 28,198,233 บาท โดยประเภทของพลังงานและการดำเนินงานประกอบด้วยระบบโซล่าเซลล์ในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น กลุ่มอาชีพ ที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง 11 โครงการ, อาคารสำนักงานหรือสหกรณ์ 55 โครงการ, ไฟฟ้าส่องสว่าง 31 โครงการ, ระบบน้ำประปา 28 โครงการ และระบบน้ำเกษตร 29 โครงการ พลังงานทางเลือกและวัสดุเหลือใช้ พลังงานกลและการผลิตไฟฟ้ารูปแบบอื่น รวมถึงการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ เช่น ถ่านไบโอชาร์ 5 โครงการ, การเปลี่ยนพลาสติกเป็นน้ำมัน 13 โครงการ, ก๊าซชีวภาพ 1 โครงการ และโครงการบ้านเย็น 9 โครงการ การพัฒนาศักยภาพ การพัฒนาขบวนช่างและนวัตกรชุมชน การติดตามประเมินผล การติดตามและประเมินผล พร้อมทั้งสร้างองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทนในชุมชน นางสาวสุธิดา กล่าว
นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง
นายละอองดาว สีลาน้ำเที่ยง ผู้นำขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึง ภาพรวมโครงการบ้านมั่นคงจังหวัดสระแก้ว เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 ปัจจุบันมีทั้งหมด 18 โครงการ ดูแลประชาชนกว่า 2,000 ครัวเรือน โดยสัดส่วนใหญ่ที่สุดคือโครงการตามนโยบายจัดที่ดินของรัฐ (คทช.) รวม 8 โครงการ ซึ่งนำที่ดินจากการเรียกคืนตามคำสั่ง คสช. ม.44 มาจัดตั้งในรูปแบบสหกรณ์ปฏิรูปที่ดิน นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนคือบริษัท สวนกิตติ ส่งมอบที่ดินผ่าน ส.ป.ก. ทำให้มีที่ดินจัดสรรให้พี่น้องเพิ่มเติมรายละ 2 ไร่
นอกจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเน้นเรื่องคุณภาพชีวิต อาชีพ รายได้ และการสร้าง “นวัตกรชุมชน” โดยร่วมมือกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว จัดฝึกอบรมทักษะช่างต่างๆ เช่น การทำปูนปั้น ช่างไฟฟ้าในบ้าน ช่างล้างแอร์ และช่างติดตั้งบำรุงรักษาระบบโซล่าเซลล์ ซึ่งสร้างช่างชุมชนไปแล้วกว่า 100 คน ส่งผลให้ชาวบ้านลดค่าใช้จ่ายและสร้างอาชีพได้จริง ตัวอย่างเช่น การใช้โซล่าเซลล์สูบน้ำทางการเกษตรช่วยลดค่าไฟจาก 1,800 บาท เหลือ 400 บาทต่อเดือน ลดลงกว่า 50% ตำบลวังทองช่วยลดค่าน้ำประปาลงครึ่งหนึ่ง และตำบลพระเพลิงติดตั้งไฟโซล่าเซลล์ป้องกันช้างป่า นายละอองดาว กล่าว
นายละอองดาว กล่าวต่อไปอีกว่า ด้านระบบการเงิน ชุมชนได้ผลักดันระบบออมทรัพย์จนยกฐานะเป็น “สถาบันการเงินชุมชน” หรือธนาคารภาคประชาชนถึง 4 แห่ง ได้แก่ ตำบลคลองหินปูน เงินหมุนเวียนกว่า 30 ล้านบาท ช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและสร้างบ้านสร้างอาชีพ พร้อมกันนี้ยังบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวง พม. เปิดศูนย์ช่วยเหลือทางสังคม อ.วังน้ำเย็น มี อพม. 60 คน ใช้พื้นที่ ต.ตาหลังใน เป็นศูนย์ฝึกอาชีพ และร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาอีสานและ IOM ช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดน
นายวรชิต งามผล
นายวรชิต งามผล วิทยากรประจำหลักสูตรช่างติดตั้งและบำรุงรักษาเซลล์แสงอาทิตย์ กล่าวถึง รายละเอียดการอบรมเข้มข้นระยะเวลา 30 ชั่วโมง ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ครอบคลุมตั้งแต่ทฤษฎีไฟฟ้าพื้นฐาน การใช้อุปกรณ์และเครื่องมือวัด การตรวจเช็กสเปกแผงโซลาร์เซลล์ ระบบความปลอดภัย ตลอดจนเทคนิคการบำรุงรักษา รวมถึงการประยุกต์ใช้ระบบโซล่าเซลล์เพื่อการเกษตร ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมอบรมทุกคนสามารถนำทักษะที่ได้ไปต่อยอดและปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวรชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานคือ “การอ่านคู่มือและสเปกอุปกรณ์” ไม่ว่าจะเป็นอินเวอร์เตอร์ ปั๊มน้ำ หรือแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อให้สามารถออกแบบและวางระบบได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันเสมอคือ “มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน” สำหรับการอบรมในรุ่นนี้ เนื่องจากผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่เน้นการนำความรู้ไปใช้พัฒนาระบบโซล่าเซลล์เพื่อการเกษตร หลักสูตรจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเน้นย้ำเรื่องการคำนวณสเปกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น การเลือกขนาดปั๊มน้ำและจำนวนแผงโซลาร์เซลล์ให้สามารถส่งน้ำได้ตรงตามความต้องการ เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ทางหลักสูตรได้จัดให้มีระบบติดตามและดูแลผู้อบรมผ่านกลุ่มสื่อสารออนไลน์ โดยตนเองจะคอยให้คำปรึกษา แนะนำการแก้ปัญหาหน้างาน และซัพพอร์ตผู้เรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาหลักสูตรในระดับต่อยอด เช่น ระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรแบบอัตโนมัติ เพื่อยกระดับทักษะของเกษตรกรและช่างชุมชนให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต นายวรชิต กล่าว
สำหรับโครงการพัฒนาทักษะช่างชุมชน ด้านช่างโซล่าเซลล์ เป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่าง พอช. กับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 31 สระแก้ว นำร่องในการพัฒนาทักษะด้านการดูแลและซ่อมบำรุงระบบโซล่าเซลล์ เพื่อช่วยลดรายจ่ายชุมชน เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่สามารถดูแลและซ่อมแซมระบบได้เอง ยกระดับฝีมือช่างชุมชน เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชน คือพัฒนาคน พัฒนาทักษะ และพัฒนาชุมชน ผ่านการเรียนรู้จริง ฝึกจริง และต่อยอดได้จริง






















