พอช. ลงพื้นที่ชุมชนชาติพันธุ์บรูบ้านเวินบึก อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ขับเคลื่อนโครงการบ้านมั่นคงแก้ปมที่ดินทับซ้อนอุทยานผาแต้ม จัดทำแผนงบสนับสนุน 4.5 ล้านบาท ฟื้นฟูวิถีชีวิตดั้งเดิม
อุบลราชธานี/ 2–3 สิงหาคม 2569 — สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาชาติพันธุ์ ชุมชนชาติพันธุ์บลูบ้านเวินบึก เพื่อมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน นำโดย นางสาวศิริมา ซื้อหา หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน พอช. และ นายจำนงค์ จิตนิรัตน์ นักพัฒนาสังคมและผู้ประสานงานโครงการต้นแบบการพัฒนาถิ่นฐานที่ยั่งยืนตามวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ 4 กลุ่ม ณ บ้านเวินบึก หมู่ที่ 8 อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ในการลงพื้นที่ ได้มีการจัดเวทีหารือภายใต้หัวข้อ “ชุมชนชาติพันธุ์มั่นคงบรูเวินบึก” ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มีความซับซ้อน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตและฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมของชุมชนที่ต้องเผชิญความเดือดร้อนมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ
นายสมัย วังสาคร ผู้ใหญ่บ้านเวินบึก ได้บอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาว่า ชุมชนบ้านเวินบึกมีรากฐานทางวัฒนธรรมจากชาติพันธุ์บรูที่อพยพมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2457 ปัจจุบันมีประชากรอยู่อาศัยรวม 647 คน ดำรงชีวิตด้วยการทำการเกษตร การประมง และการหาของป่า อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่หลวงของชุมชนคือเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวต่อมาถูกประกาศทับซ้อนเป็นเขตป่าไม้ในปี พ.ศ. 2484 เป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2507 และประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติผาแต้มในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชาวบ้าน ส่งผลให้ชุมชนขาดเอกสารสิทธิ์ทางกฎหมายและไม่สามารถเข้าถึงการพัฒนาขั้นพื้นฐานจากภาครัฐได้อย่างเต็มที่
นายพงศกร จุฬา หัวหน้าทีมเงินออมและผู้ประสานงานโครงการ เล่าว่า ชาวบ้านได้พยายามต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 เคยเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนถึงทำเนียบรัฐบาลและศาลากลางจังหวัดมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนด้อยโอกาสและยากไร้ การเข้ามาของ พอช. และหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างและสร้างความหวังครั้งใหญ่ให้กับคนในชุมชน
นางสาวศิริมา ซื้อหา(คนฝั่งขวามือ)
นางสาวศิริมา ซื้อหา หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน พอช. กล่าวว่า พอช. เป็นหน่วยงานภาครัฐภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจหลักในการสนับสนุนการรวมกลุ่มของประชาชนผู้เดือดร้อนในชุมชน โดยใช้ระบบการออมทรัพย์เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กร จุดเด่นคือ งบประมาณสนับสนุนจาก พอช. จะถูกโอนตรงไปยังองค์กรชุมชนโดยไม่ต้องผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีกองทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 4% ต่อปี สำหรับสมาชิกที่ต้องการกู้ยืมเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพ
นายจำนงค์ จิตนิรัตน์ นักพัฒนาสังคมและผู้ประสานงานโครงการฯ ย้ำว่า งานวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่จะมีส่วนสำคัญในการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานการอยู่อาศัยดั้งเดิม แต่การแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องอาศัยพลังการรวมกลุ่มและการเจรจาร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐ โดยงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมทั้งหมดนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้
ชุมชนได้ร่วมมือกันจัดทำแผนที่ชุมชนอย่างละเอียด โดยมีการระบุพิกัดครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายของโครงการ สถานที่สำคัญ ตลอดจนกลุ่มอาชีพในชุมชน จากการทำแผนที่ร่วมกันทำให้สามารถจำแนกกลุ่มเป้าหมายได้จำนวน 72 ครัวเรือน แบ่งเป็นการขยายสร้างบ้านใหม่จำนวน 3 ครัวเรือน, งานต่อเติมบ้าน 2 ครัวเรือน และงานซ่อมแซมบ้านเรือนเดิมจำนวน 67 ครัวเรือน นอกจากนี้ ภายในชุมชนยังมีกลุ่มอาชีพที่เข้มแข็งอยู่ 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสมุนไพรและกลุ่มจักสาน รวมถึงมีพื้นที่ทางจิตวิญญาณสำคัญที่เรียกว่า “อาญจำนัก” ซึ่งอนุญาตให้เฉพาะคนในชาติพันธุ์บลูเข้าไปได้เท่านั้น พร้อมกันนี้ยังมีการจัดทำแผนที่จุดท่องเที่ยวชุมชน โดยกำหนดเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกัน 8 จุด เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อไป
ตัวแทนเยาวชนและคณะทำงานได้นำเสนอแผนงานโครงการ “ชุมชนชาติพันธุ์มั่นคงบรูเวินบึก” ซึ่งครอบคลุมมิติการพัฒนา 10 ด้าน โดยมีสมาชิกปัจจุบันจำนวน 71 ครัวเรือนในกลุ่มออมทรัพย์ ที่จะได้รับงบประมาณสนับสนุนครัวเรือนละ 64,500 บาท รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 4,579,500 บาท
นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดแผนงานร่วมกันว่าจะต้องนำเสนอโครงการเพื่อขอพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการฯ ภายในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งหากผ่านการอนุมัติจะทำให้ชุมชนบ้านเวินบึกได้รับงบประมาณมาบริหารจัดการภายในปีนี้ โดยทางชุมชนมีกรอบเวลาถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ในการปรับปรุงรายละเอียดโครงการให้สมบูรณ์ เช่น การสำรวจพิกัด GPS ของบ้านสมาชิกแต่ละหลัง และการประสานงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน


















