พอช. ลงพื้นที่จังหวัดเลย ขับเคลื่อนโครงการวิจัย “พัฒนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล” ประจำปี 2569 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สกสว. ระดมผู้แทนกองทุน นักวิจัย และท้องถิ่นรวม 78 คน ร่วมใช้แบบสอบถามดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น (PNI) เอกซเรย์สภาพปัญหา 8 มิติหลัก ในพื้นที่นำร่อง 5 ตำบล ถอดรหัสปัจจัยความสำเร็จและฟื้นฟูกลไกสวัสดิการฐานราก หลังพบสถิติกองทุนทั่วประเทศหยุดดำเนินการกว่า 789 แห่ง
เลย/24-25 มิถุนายน 69- สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักงานพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร ร่วมกับภาคีวิชาการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดเวทีเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ในพื้นที่จังหวัดเลย” ได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อร่วมกันค้นหาและพัฒนาขีดความสามารถของกลไกการจัดสวัสดิการภาคประชาชน โดยมีผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชน แกนนำนักวิจัย ผู้ช่วยนักวิจัย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งสิ้น 78 คน
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคือกลไกกลางที่เกิดจากการรวมตัวของภาคประชาชนในการสร้างระบบช่วยเหลือเกื้อกูลกันเอง ภายใต้ปรัชญาแนวคิด “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” ดำเนินงานควบคู่กับการหนุนเสริมจากภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนแบบครบวงจร ตั้งแต่เกิด เจ็บป่วย สูงอายุ ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต (เสียชีวิต) รวมถึงการทำหน้าที่เยียวยาช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางในสังคมที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการขั้นพื้นฐานของรัฐได้
แม้ว่าในภาพรวม กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลจะสามารถช่วยลดภาระด้านงบประมาณแผ่นดินของภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ปัจจุบันพบว่ากลไกนี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามรอบด้าน ปัญหาหลักที่พบในหลายพื้นที่คือ จำนวนสมาชิกกองทุนมีสัดส่วนลดลง ขาดแคลนคณะกรรมการบริหารจัดการที่มีความเข้มแข็งและเข้าใจระบบงาน มีข้อร้องเรียนในด้านความโปร่งใสและการบริหารจัดการ ตลอดจนการขาดความยืดหยุ่นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคม โดยเฉพาะสภาวะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ภาวะหนี้สินครัวเรือนที่รุมเร้าประชาชน รวมถึงผลกระทบสะสมจากวิกฤตภัยพิบัติทางธรรมชาติและโรคระบาด
สถิติจากฐานข้อมูลของ พอช. ย้อนหลังไปในปี พ.ศ. 2567 พบว่ามีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่เข้าสู่ภาวะวิกฤติจนต้องหยุดดำเนินการไปแล้วมากกว่า 789 กองทุน และยังมีกองทุนอีกเป็นจำนวนมากที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ปัจจัยเชิงโครงสร้างและระบบการจัดการใดที่ทำให้กองทุนบางแห่งยังคงรักษาขีดความสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บางแห่งกลับไม่สามารถรักษาความต่อเนื่องไว้ได้ จึงเป็นที่มาของการตั้งโจทย์วิจัยร่วมกับ สกสว. เพื่อค้นหาแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กองทุนเหล่านี้กลับมาตอบสนองความต้องการของชุมชน
สำหรับกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลในเวทีวิจัยจังหวัดเลยครั้งนี้ คณะนักวิจัยได้นำเครื่องมือทางสถิติและระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ คือ แบบสอบถามประเมินความต้องการจำเป็น หรือ แบบสอบถามแบบ PNI (Priority Need Index) เพื่อให้ผู้แทนกองทุนพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ กับความต้องการที่แท้จริงในการสร้างความเข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการสะท้อนข้อมูลครอบคลุม 8 มิติหลัก ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการที่ดีและโปร่งใส ด้านศักยภาพและขีดความสามารถของกองทุนสวัสดิการชุมชน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จำเป็น ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์สัมพันธ์องค์กร ด้านความยั่งยืนและเสถียรภาพทางการเงินของกองทุน ด้านการจัดระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์สมาชิก ด้านศักยภาพและภาวะผู้นำของคณะกรรมการ และกระบวนการประเมินสถานภาพและเตือนภัยล่วงหน้าของกองทุนสวัสดิการชุมชน
พื้นที่เป้าหมายในการลงพื้นที่ศึกษาวิจัยในจังหวัดเลย จำนวน 5 พื้นที่ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเอราวัณ อำเภอเอราวัณ, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลวังสะพุง (น้ำอ้อมเล้า) อำเภอวังสะพุง, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลโนนป่าซาง อำเภอผาขาว, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย และกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลนาซ่าว อำเภอเชียงคาน
การดำเนินโครงการฯ จะจัดเก็บข้อมูลจากกองทุนสวัสดิการชุมชนภาคเหนือ ภาคกทม.และตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งข้อมูลที่ได้จากเวทีในครั้งนี้ นักวิจัยจะนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อเป็นแนวทางการความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลต่อไป


















