กรุงเทพฯ (23 มิถุนายน 2569) – ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) “เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลการจัดการน้ำของชุมชนรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ระหว่าง 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และสภาองค์กรชุมชน เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่เข้มแข็งให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดการน้ำโดยชุมชนท้องถิ่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลเทคโนโลยีน้ำ กับผู้นำขบวนองค์กรชุมชนที่มีความเข้าใจพื้นที่
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเตรียมความพร้อมให้ชุมชนรับมือกับสภาพอากาศที่ผันผวนได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแนวทางหลัก 4 ประการ ดังนี้
ใช้เครื่องมือทันสมัยบริหารจัดการพื้นที่: ส่งเสริมการใช้ระบบข้อมูลและเครื่องมือดิจิทัลเพื่อให้ชุมชนวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและวางแผนการใช้ทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ
ระบบเตือนภัยชุมชน: พัฒนาฐานข้อมูลและระบบการสื่อสารให้ทั่วถึง เพื่อให้พี่น้องในเครือข่ายองค์กรชุมชนสามารถรับรู้ข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติได้ทันท่วงที
นวัตกรรมพลังงานสะอาดและฝายมีชีวิต: สนับสนุนการใช้โซลาร์เซลล์ในการสูบน้ำเพื่อการเกษตร และการสร้าง “ฝายชุมชนมีชีวิต” เพื่อกักเก็บน้ำและฟื้นฟูป่าชุมชนอย่างเหมาะสม
ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติร่วมกับภาคเอกชน: ดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการในระยะยาว เพื่อพลิกฟื้นแหล่งน้ำธรรมชาติให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร
“การจัดการน้ำอย่างมีระบบโดยมีข้อมูลเป็นฐาน จะช่วยให้ชุมชนสามารถรักษาแหล่งน้ำและป่าชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำเกษตรและที่ดินทำกิน สิ่งนี้จะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” ดร.กอบศักดิ์ กล่าวเน้นย้ำ
นายกฤษดา สมประสงค์ และ ร.ต.อ. ดร.เกรียงไกร บุญประจง
ขณะที่ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. และ ร.ต.อ. ดร.เกรียงไกร บุญประจง รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบล ต่างยืนยันความพร้อมในการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศเพื่อขับเคลื่อนแผนงานนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ
ด้าน ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการ สสน. ระบุว่า สสน. พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อถ่ายทอดเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลน้ำให้แก่ชุมชน
บันทึกความร่วมมือฉบับนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่นำร่อง (Sandbox) ด้านการจัดการน้ำ เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้ก่อนขยายผลไปสู่ระดับนโยบาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้แก่ระบบนิเวศและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย


















