พอช. ลงพื้นที่ย่านสถานีจอมทอง สำรวจชุมชนริมรางนอกทะเบียนบนที่ดินวัดราชโอรสฯ และการรถไฟฯ เพื่อศึกษาบริบทและกายภาพพื้นที่ ปูทางสู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มั่นคง โดยเน้นการสร้างความเข้าใจร่วมกับสมาชิกในพื้นที่และภาคีเครือข่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้เข้าถึงชุมชน
กรุงเทพมหานคร/ 14 พฤษภาคม 2569– สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. นำโดย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. และคณะ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนริมรางรถไฟที่ยังตกหล่นจากการสำรวจ ลงพื้นที่ดูบริบทพื้นที่และวิถีชีวิตสมาชิกชุมชนย่านสถานีจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
มีเป้าหมายสำคัญในการสำรวจสภาพข้อเท็จจริงของชุมชนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างที่ดินของวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร (จอมทอง) และที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งพบว่าเป็นกลุ่มชุมชนที่ “ไม่มีรายชื่อในทะเบียน 300 ชุมชน” และยังไม่ได้มีการจดแจ้งสถานะเป็นชุมชนอย่างเป็นทางการกับกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้สมาชิกในพื้นที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะและสิทธิในการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามมาตรฐาน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะสำรวจทางกายภาพของพื้นที่อย่างละเอียด ทั้งในส่วนของขอบเขตที่ตั้งชุมชน สภาพที่อยู่อาศัยปัจจุบัน และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสมาชิกชุมชน เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงในสิทธิที่ดิน ปัญหาสิ่งแวดล้อม และข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางสำคัญในการออกแบบ “โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง” ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของคนในพื้นที่
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. เปิดเผยว่า ชุมชนมีบริบทพื้นที่เฉพาะตัวที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกในพื้นที่ ถึงกระบวนการทำงานของ พอช. ที่มุ่งเน้นการให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนาตนเอง โดยหลังจากนี้ พอช. มีแผนงานที่จะร่วมหารือกับเลขานุการเจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เพื่อหาแนวทางความร่วมมือในการจัดระเบียบพื้นที่ดินของวัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมและสมาชิกชุมชน
ถือเป็นหนึ่งในภารกิจเชิงรุกของ พอช. ที่ต้องการเข้าถึงชุมชนที่ “เปราะบางและไร้สิทธิ์” เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการสร้างบ้านมั่นคงริมราง โดยเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่เพียงการมีบ้านที่สวยงาม แต่คือการสร้างระบบสาธารณูปโภคที่ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี และสมาชิกชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จของโครงการนี้จะกลายเป็นโมเดลสำคัญในการแก้ไขปัญหาชุมชนนอกทะเบียน กทม. ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป นายสยาม กล่าว












