พอช. จัดเวทีเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการวิจัยยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลในจังหวัดสระแก้ว นำร่อง 7 พื้นที่เป้าหมาย ประยุกต์ใช้เครื่องมือระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูง PNI เอกซเรย์ขีดความสามารถและความต้องการที่แท้จริงครอบคลุม 8 มิติหลัก มุ่งค้นหานวัตกรรมทางสังคมและระบบเตือนภัยล่วงหน้าทางการเงิน เปลี่ยนผ่านระบบสวัสดิการภาคประชาชนจากการสงเคราะห์สู่ความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีและธรรมาภิบาล พร้อมเตรียมสังเคราะห์ข้อมูลเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ
สระแก้ว/ 6–7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร จัดเวทีเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว” โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อร่วมกันค้นหานวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถของกลไกการจัดสวัสดิการภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ มีผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชน คณะนักวิจัย ผู้ช่วยนักวิจัย เข้าร่วมกระบวนการถอดบทเรียน กว่า 120 คน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
เวทีเชิงปฏิบัติการฯ ออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของแกนนำกองทุนสวัสดิการชุมชนจาก 7 พื้นที่นำร่อง เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยมาปรับปรุงและพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ปลอดภัย และยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในสภาพข้อเท็จจริงปัจจุบันพบว่า กองทุนในแต่ละพื้นที่ต่างมีศักยภาพ ข้อจำกัด และผลการดำเนินงานที่แตกต่างกันออกไป การเก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามเชิงลึกจากคณะกรรมการและสมาชิกในครั้งนี้ จึงมุ่งสะท้อนเนื้อหาตามความเป็นจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ปัญหา และความต้องการที่แท้จริง เพื่อนำไปใช้จัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และแนวทางการหนุนเสริมที่ตรงจุด ทั้งในด้านการจัดการองค์กร การพัฒนาภาวการณ์เป็นผู้นำ และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ยกระดับกองทุนในระยะยาว
คณะนักวิจัยได้นำเครื่องมือทางสถิติและระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูงเข้ามาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาภาคประชาชน นั่นคือ “แบบสอบถามประเมินความต้องการจำเป็น” หรือ แบบสอบถามแบบ Priority Need Index (PNI) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนของแต่ละกองทุนได้พิจารณาเปรียบเทียบอย่างถี่ถ้วนระหว่าง “สภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่” กับ “ความต้องการที่แท้จริงในอนาคต” ในการสร้างความเข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการสะท้อนข้อมูลที่ครอบคลุมมิติการพัฒนา 8 ด้านหลัก ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของความยั่งยืน ประกอบด้วย 1.ด้านการบริหารจัดการที่ดีและโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล 2.ด้านศักยภาพและขีดความสามารถในการดำเนินงานของกองทุน 3.ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการข้อมูล 4.ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กรสู่ภายนอก 5.ด้านความยั่งยืนและเสถียรภาพทางการเงินของกองทุน 6.ด้านการจัดระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกในยุคเปลี่ยนผ่าน 7.ด้านศักยภาพและภาวะผู้นำของคณะกรรมการผู้ขับเคลื่อน 8.กระบวนการประเมินสถานภาพและระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) ของกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับพื้นที่เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการลงพื้นที่ศึกษาวิจัยในจังหวัดสระแก้วครั้งนี้ ครอบคลุมจำนวน 7 พื้นที่สำคัญ ซึ่งเป็นตัวแทนภูมิสังคมที่หลากหลาย ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น, กองทุนสวัสดิการชุมชนภาคประชาชนตำบลตาหลังใน อำเภอวังน้ำเย็น, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลแซร์ออ อำเภอวัฒนานคร, กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลเมืองอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเบญจขร อำเภอคลองหาด และกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองแวง (โคกสูง) อำเภอโคกสูง
การดำเนินงานวิจัย มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์และความต้องการที่แท้จริงของกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสกัดออกมาเป็นชุดองค์ความรู้สำหรับกำหนดแนวทางการพัฒนาที่ไม่ได้มาจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว โดยการดำเนินงานหลังจากนี้จะมีการติดตามหนุนเสริมและลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องรอบด้าน เพื่อศึกษาบริบทเฉพาะและบทเรียนความสำเร็จของแต่ละพื้นที่



















