สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ “ครูสอญอ” (สัญญา มัครินทร์) และทีมงานมหา’ลัยไทบ้าน เดินหน้าขับเคลื่อนการสื่อสารสาธารณะเชิงรุก เปิดห้องเรียนธรรมชาติระเบิดไอเดียปั้นนักสื่อสารชุมชนกว่า 40 ชีวิตจากทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “Influencer ชุมชน เรียนรู้พื้นที่จริง สื่อสารเรื่องราวชุมชนสีชมพู” ติดอาวุธทางปัญญา เปลี่ยนคนตัวเล็กในชุมชนให้กลายเป็นนักเล่าเรื่องมืออาชีพที่พร้อมลุกขึ้นมา “ขิง” ศักยภาพและดีเอ็นเอบ้านเกิดสร้างแรงกระเพื่อมในโลกออนไลน์ เพื่อบอกโลกให้รู้ว่า “บ้านเรามีดี”
ขอนแก่น/12 มิถุนายน 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดเวทีพัฒนาศักยภาพนักสื่อสารชุมชน หลักสูตร “Influencer ชุมชน” ในระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดยมี “ครูสอญอ” (สัญญา มัครินทร์) และทีมงาน มหา’ลัยไทบ้าน เป็นวิทยากรในการพัฒนาศักยภาพฯ โดยหลักสูตรในครั้งนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษภายใต้แนวคิด “หลักสูตรนอกตำรา” ที่ไม่มีทฤษฎีในห้องแอร์ แต่เน้นการลงพื้นที่และขยี้ประเด็นจริงในชุมชน โดยมีนักสื่อสารชุมชนกว่า 40 คน จากทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ ไร่ภัทราวรินทร์ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น
นางสาวสุวิมล มีแสง ผู้ช่วย ผอ.พอช. สำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึง สื่อชุมชนคือเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดศักยภาพของท้องถิ่นสู่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม ในเส้นทางการทำงานกว่า 7 ปีที่ผ่านมา ย่อมต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เพจ “วิถีสีชมพู” ต้องปิดตัวลงชั่วคราวอันเนื่องมาจากผลกระทบของข้อมูลที่ถูกบิดเบือนในโลกออนไลน์ จนนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนและความขัดแย้งในสังคม ความเสี่ยงและความท้าทายของการทำงานสื่อในยุคดิจิทัล แต่ทางทีมงานก็ไม่ได้ย่อท้อและยังคงเดินหน้าสื่อสารความจริงอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่าการสื่อสารคือกลไกสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และเชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเข้าด้วยกัน อีกทั้งการจัดงานในครั้งนี้ยังทำให้ผู้เข้าร่วมจากภูมิภาคอื่นได้เห็นถึงศักยภาพอันล้นเหลือของจังหวัดขอนแก่น ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และพลังของชุมชนที่ร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นอย่างเข้มแข็ง
สัญญา มัครินทร์ (ครูสอญอ) ผู้ก่อตั้งมหา’ลัยไทบ้าน กล่าวว่า กระบวนการฝึกอบรมในครั้งนี้ มีเป้าหมายที่แท้จริงคือการสอนให้คนทำงานชุมชนมองเห็นคุณค่าในตัวเองและมองเห็นสิ่งดีงามในบ้านเกิด เพราะความรู้ที่แท้จริงไม่ได้สถิตอยู่เฉพาะในตำราเรียน แต่แฝงอยู่ในวิถีชีวิต ลมหายใจ และวัฒนธรรมของชุมชน กระบวนการเรียนรู้จึงเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นจริง ทำจริง และกล้าที่จะนำมา “ขิง” หรือโชว์ศักยภาพของท้องถิ่นให้สังคมได้รับรู้ในแสงสว่าง
ความเข้มข้นของกิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่วันแรก โดยทีมกระบวนกรได้นำว่าที่ Influencer ชุมชน ทั้งหมด แบ่งสายลงพื้นที่ใน 2 เส้นทางประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของอำเภอสีชมพู ได้แก่ “เส้นทางสายไหม” ที่สะท้อนภูมิปัญญาการทอผ้าพื้นเมืองอันงดงาม และ “เส้นทางสายเหมือง” ที่บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยผู้เข้าร่วมทุกคนต้องใช้ “5 คำถามทรงพลัง” เพื่อค้นหาแง่มุมลึกซึ้งและเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ ก่อนจะเผชิญโจทย์สุดท้าทายในเวลาอันจำกัด คือการผลิตและตัดต่อคลิปสั้นความยาว 1 นาที เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนและวิพากษ์ร่วมกัน ซึ่งเป็นการปลุกนักเล่าเรื่องให้ตื่นตัวขึ้นมาตั้งแต่ชั่วโมงแรกของการเรียนรู้
การเปลี่ยนผ่านจากวง Workshop ช่วงกลางวัน สู่ “หนังกางแปลงแห่งการเรียนรู้ใต้แสงดาว” ในยามค่ำคืน ท่ามกลางบรรยากาศแคมป์ปิ้ง ทีมงานมหา’ลัยไทบ้านได้ใช้ Case Study จากประสบการณ์ตรงมาร่วมถอดรหัสและถ่ายทอดเทคนิคแบบหมดเปลือก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ Influencer ชุมชน ค้นหา “อัตลักษณ์” ของตนเอง ก่อนจะนำผลงานคลิปสั้นความยาว 3-5 นาที ที่ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนทักษะทั้งด้าน Storytelling การถ่ายภาพ และการตัดต่อ โดยดึงเอาเสน่ห์ของคน พื้นที่ ของดี หรือแม้แต่ประเด็นปัญหาในชุมชนมานำเสนออย่างมีชั้นเชิง นำขึ้นไปฉายบนจอหนังกางแปลงย้อนยุค เปลี่ยนลานแคมป์ปิ้งให้เป็นลานแชร์ไอเดีย
นางสาวพัชรลดา จุลเพชร หัวหน้างานพัฒนาองค์ความรู้ พอช. กล่าวว่า ได้วางระบบติดตามผล โดยกำหนดให้ Influencer ชุมชน ทุกคนที่ผ่านการอบรม ต้องส่งผลงานคลิปวิดีโออย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการสื่อสารและยึดโยงพื้นที่จริงผ่านการทำ “แผนที่ชุมชนของตนเอง” สำหรับผลงานชิ้นใดที่มีความโดดเด่น สามารถสร้างแรงกระเพื่อมในโลกออนไลน์ มียอดการเข้าถึง และการมีส่วนร่วมสูง ทาง พอช. ก็มีรางวัลพิเศษมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน การปั้นอินฟลูเอนเซอร์ชุมชนคือการสร้าง “เครื่องมือในการจัดการตนเอง” ของชุมชนท้องถิ่น การเปลี่ยนเรื่องเล่าในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นพลังสื่อจะช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก ดึงดูดผู้คน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจฐานราก
เวทีครั้งนี้เป็นโอกาสให้ทีมงาน มหา’ลัยไทบ้าน ได้ฝึกฝนบทบาทการเป็นกระบวนกรด้านสื่อชุมชน การได้เห็นศักยภาพและเรื่องราวอันน่าทึ่งจากหลากหลายพื้นที่ช่วยจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่กันและกัน ที่สำคัญที่สุดคือการได้รับกำลังใจและแรงหนุนเสริมจากเครือข่ายและพี่ ๆ ทุกภาคส่วน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนและสร้าง Influencer ชุมชน คนทำงานสื่อที่พร้อมจะส่งต่อเรื่องรางดีดีในชุมชนไปสู่สังคมไทยและชาวโลกต่อไป ครูสอญอ กล่าวทิ้งท้าย




















