Page 203 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 203
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 203
(ตัวอย่างเช่น คนป่วย คนชรา นักการเมือง ข้าราชการ พระภิกษุสามเณร เป็นต้น)
ผลผลิตส่วนเกินที่เหลือตามปกติแล้วจะมีจำานวนและปริมาณจำากัดมาก ทั้งนี้
เกิดจากการกระจายส่วนเกินอย่างไม่เท่าเทียมกัน (ราคาผลผลิตเกษตรตำ่าและ
ต้องเสียภาษี เป็นต้น) เกิดจากการสืบทอดมรดก ข้อจำากัดต่างๆ ดังกล่าวที่มีผล
ทำาให้มีมูลเหตุจูงใจตำ่าในการที่จะเพิ่มผลผลิต และทำาให้ไม่สามารถสะสมผลผลิต
ส่วนเกินเอาไว้ได้ในครอบครัวของเกษตรกรขนาดเล็ก
ประการที่สาม มิติทางโครงสร้างของสังคมซึ่งได้แก่ ช่องว่างระหว่าง
เมืองกับชนบท และช่องว่างในชนบทด้วยกัน ความมั่นคงในสถานะภาพดั้งเดิม
ซึ่งจะเป็นตัวต่อต้านการเปลี่ยนทางโครงสร้างทุกอย่าง รวมทั้งการสะสมทรัพย์สิน
ของเกษตรกรขนาดเล็ก
การเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในสังคมชนบท ย่อมส่งผลกระทบ
ต่อความสัมพันธ์ทางการผลิตภายในครอบครัวและภายในสังคม
ประการแรก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลกระทบต่อความกดดัน
จากจำานวนประชากร มันมีผลกระทบต่อครอบครัวในภาคต่างๆ ทำาให้มีความ
หนาแน่นของประชากรตำ่าหรือสูงในทางที่ต่างกัน กล่าวคือ ภาคมีความหนา
แน่นของประชากรตำ่า มีการเกิดขึ้นของประชากรสูง และย้ายไปอยู่ในท้องที่ใหม่
ภาคที่มีความหนาแน่นของประชากรสูง ทำาให้แรงงานเป็นอิสระ ในประเทศไทย
นั้นได้มีประชากรเพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านคนในปี 2453 เป็น 17 ล้านคนในระยะหลัง
สงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็น 50 ล้านคนในปัจจุบัน
จากการที่ประชากรเพิ่มขึ้นเช่นนี้ ทำาให้ที่ดินว่างเปล่าไม่มีเหลืออยู่
ในที่สุดแรงงานจึงถูกปล่อยให้เป็นอิสระ เนื่องจากภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ไม่สามารถ
รับแรงงานเหล่านี้เอาไว้ได้ทั้งหมด เมืองต่างๆ โดยเฉพาะกรุงเทพ ฯ ก็เจริญเติบโต
ขึ้น แต่ก็มีอิทธิพลในเชิงลบมากมาย
ประการที่สอง การชำานาญการเฉพาะอย่างภายในสังคมก็เข้าทดแทน
และลดกำาลังแรงงานถาวรลง เนื่องจากกำาลังแรงงานมีค่าจ้างสูงขึ้นและต้องได้รับ
การดูแลชั่วชีวิตไม่ว่าจะมีประสิทธิภาพในการผลิตหรือไม่

