Page 201 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 201
สานต่อความคิด บัณฑร อ่อนดำา • 201
ในสายตาของเกษตรกรคนหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น เห็นว่า
โครงการพัฒนาการเกษตรหลายต่อหลายโครงการที่รัฐบาลจัดทำานั้นเป็นโครงการ
ที่ดี แต่รัฐมิได้ให้ความสนใจต่อผลกระทบของโครงการต่างๆ เหล่านั้น มีเฉพาะ
เกษตรกรที่สนใจเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น เมื่อ
เจ้าหน้าที่จัดทำาโครงการฉีดวัคซีนสำาหรับโคและกระบือ จะมีเกษตรกรบางคน
ให้เหตุผลว่า โคกระบือไม่ล้มเจ็บลงง่ายดาย และคิดว่าการนำาโคกระบือไปยัง
จุดนัดพบทำาให้พวกเขาต้องเสียเวลาทำางานไปอีกหนึ่งวัน จะเห็นได้ว่า สิ่งที่
ขาดหายไปอันเป็นสิ่งที่จะต้องกระทำา ได้แก่ การกระตุ้นเกษตรกรให้ทราบถึง
เรื่องราวต่างๆ งานพัฒนาหมู่บ้านอันเป็นงานส่วนรวมที่ต้องการความร่วมมือ
จากชาวบ้านทุกคน อันเป็นงานที่ค่อนข้างยากและลำาบาก งานพัฒนาหมู่บ้านจึง
เปรียบเสมือนการสร้างบ้านโดยใช้รังไหมที่พันรอบตัวดักแด้ (เป็นวัสดุก่อสร้าง)
หมายถึงว่า ถ้าหากท่านต้องการสร้างกำาแพงและหลังคาในขณะเดียวกัน ท่านก็
ไม่อาจสร้างบ้านให้สำาเร็จลงได้ เนื่องจากด้านหนึ่งอาจพังลงมาก่อนที่จะทำาอีกด้าน
หนึ่งเสร็จ เกษตรกรของเราส่วนใหญ่จะมีทัศนคติอยากได้ของฟรี ดังนั้น เกษตรกร
ของเราจึงสร้างทัศนคติในการพึ่งพาผู้อื่น เกษตรกรบางคนไม่พยายามช่วยเหลือตัว
เองเอาเสียเลย ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดที่เกษตรกรไม่สามารถชำาระคืน
เงินกู้ได้ ในขณะที่พวกเขาใช้เงินเดือนละ 30 ถึง 100 บาทซื้อหวยเถื่อน เหตุผล
ประการหนึ่ง ในหลายประการที่นำามาอธิบายว่า เป็นสาเหตุของความยากจน
ก็คือ เกษตรกรไม่รู้จักตนเองชัดเจนพอว่า พวกเขาเป็นใคร พวกเขาเผชิญหน้า
กับสภาพอะไรอยู่ พวกเขาควรจะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร เป็นต้น เกษตรกร
ตกเป็นเหยื่อของ “กระบวนการสร้างสังคมให้ทันสมัย” มันไม่ผิดอะไรเลยที่จะ
รู้และเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทันสมัย แต่จะเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะก้าวตามความ
ทันสมัยโดยที่มิได้หยุดพิจารณาดูว่า ความทันสมัยนั้นเหมาะสมกับสถานการณ์
ของตนหรือไม่ เราทุกคนต้องการความก้าวหน้าด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าหากเรา
ไม่สามารถจะวิ่งได้ เราก็ไม่ควรวิ่ง เพียงแต่ค่อยๆ เดินไปก็พอ
จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้น เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. การพัฒนาเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปและต้องการ
ความอดทน

