พอช. จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 26 ปี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ภายใต้แนวคิด“สานพลังรุ่นสู่รุ่น ขับเคลื่อนอนาคต” ประกาศความสำเร็จขององค์กรที่ก้าวไกลสู่ระดับสากล ผ่านการขับเคลื่อนงานบ้านมั่นคง สวัสดิการชุมชน และการเตรียมตั้ง “คณะกรรมการร่วม บ้าน สวัสดิการ ประชาสังคม” เป็นพื้นที่กลางขับเคลื่อนงาน พร้อมเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจฐานรากและสหกรณ์ประเภทที่ 8 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
กรุงเทพมหานคร/ 28 ตุลาคม 2569-สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ครบรอบ 26 ปี ก้าวสู่ปีที่ 27 ภายใต้แนวคิด “สานพลังรุ่นสู่รุ่น ขับเคลื่อนอนาคต” เพื่อส่งต่อประสบการณ์ สืบสานคุณค่า และรวมพลังพัฒนาองค์กรชุมชนและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมี นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษากรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นางปรีดา คงแป้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รักษาการแทน ผู้อำนวยการ พอช. ผู้แทนหน่วยงานภาคี ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมงานกว่า 200 คน ณ สำนักงาน พอช. ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
พม. ประกาศพร้อมเป็น “กองหนุน” ดัน 5 ภารกิจหลักสร้างความยั่งยืน
นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ย้ำถึง ความสำคัญของภารกิจสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ถึงบทบาทการเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่ยึดเอา “ชุมชนเป็นแกนหลัก ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชน ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านโครงการด้านที่อยู่อาศัย ให้เกิดความมั่นคง ใน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ 1) การสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย อาทิ โครงการบ้านมั่นคงทั้งในเมืองและชนบท บ้านมั่นคงริมราง ริมคลอง ตลอดจน บ้านมั่นคงชายแดน ซึ่งเป็นโครงการใหม่ในปีนี้ 2) การสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ทุกตำบล และ 3) การสร้างความยั่งยืน ที่ต้องช่วยกันสานต่อเรื่องนี้เพิ่มเติม
ที่ปรึกษาฯ ชนินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนในก้าวต่อไปไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการ “ยกระดับการพัฒนาสู่ความยั่งยืน” ผ่านการผลักดันในหลายมิติ เช่น
- การเสริมพลังผู้นำและคนรุ่นใหม่ (Next Generation) เพื่อสานต่ออุดมการณ์ นำความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนชุมชน
- การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจชุมชน (Social Enterprise) เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองทางการเงิน มีรายได้หมุนเวียน และพึ่งพากันเองได้อย่างแท้จริง
- การประสานความร่วมมือ ระหว่างองค์กรชุมชน องค์การปกครองส่วนท้องถึ่น และกระทรวง พม. เพื่อบูรณาการจัดการ การให้สวัสดิการ และการพัฒนาอาชีพร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในทุกมิติ
“ปรัชญาของการส่งเสริมองค์กรชุมชน ชัดเจนว่าคือการรดน้ำที่ราก ส่งเสริมให้ชุมชนฐานรากเข้มแข็ง ทางกระทรวง พม. รับปากว่าจะเป็นกองหนุน กองหลัง ให้พี่น้องทุกชุมชนเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ และพร้อมประสานการช่วยเหลือเพื่อลดอุปสรรคต่างๆและพัฒนาให้ทุกชุมชนเข้มแข็งไปด้วยกัน” นายชนินทร์กล่าว
ความสำเร็จ 26 ปี พอช. องค์กรแห่งความเชื่อมั่นและชื่อเสียงระดับโลก
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ตลอด 26 ปีที่ผ่านมา ย่างเข้าสู่ปีที่ 27 เปรียบเสมือนช่วงเวลาแห่งการสร้างความเข้มแข็งให้แก่พี่น้องประชาชน หัวใจสำคัญของ พอช. คือ “ผู้นำชุมชน” ที่มีความเข้มแข็ง เป็นผู้ริเริ่มการออมทรัพย์ สร้างพลังเครือข่าย และขับเคลื่อนงานด้วยตนเองจนกลายเป็นแรงบันดาลใจในระดับตำบล อำเภอ ประเทศ และเป็นที่รู้จักในระดับสากล
“เรามาได้ไกลมาก เราเริ่มจากงานบ้าน ที่อยู่อาศัย ที่ดิน และสวัสดิการชุมชน จนปัจจุบัน พอช. เป็นองค์กรที่คนเชื่อมั่นขึ้นเรื่อย ๆ ผลงานการจัดการที่อยู่อาศัยของประเทศไทย ทั้งพื้นที่แออัด ริมคลอง ริมราง และการจัดงาน Collective Housing ล่าสุด ทำให้เรากลายเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีตัวแทนจากต่างประเทศและระดับสากลเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
“ชาวบ้านเป็นหลัก” ตัวแทนแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคม
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ที่ปรึกษากรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวถึง จุดเริ่มต้นเมื่อ 26 ปีก่อนในช่วงแรกเริ่มหลายคนรวมถึงตนเองยังไม่แน่ใจว่าองค์กรที่มีความพิเศษและแตกต่างจากหน่วยงานรัฐทั่วไปแห่งนี้จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้นานแค่ไหน สิ่งที่เธอกandคณะทำงานคิดในเวลานั้นไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การติดยึดกับกฎระเบียบข้อบังคับอันเคร่งครัด แต่มีเป้าหมายหลักในการสร้างองค์กรที่เข้าถึงชาวบ้านอย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ทรงพลังที่สุด การก่อตั้ง พอช. อาศัยช่วงจังหวะเวลาที่มีรัฐบาลเฉพาะกิจ (ในสมัยนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปัญญารชุน) นำเสนอแนวคิดการจัดตั้งองค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยมี อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม นักปฏิรูปผู้ไม่กลัวระบบราชการและเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ (Idealism) เข้ามาขับเคลื่อน กลุ่มคนที่เข้ามาทำงานในระยะแรกล้วนเปี่ยมด้วยอุดมคติที่ต้องการสร้างระบบใหม่ที่เอื้ออำนวยให้งบประมาณและทรัพยากรวิ่งไปตามความจำเป็นของขบวนการประชาชน โดย พอช. ทำหน้าที่เป็นเสมือน “หม้อแปลงที่มีประสิทธิภาพ” แปลงงบประมาณภาครัฐให้ส่งตรงถึงมือชาวบ้านอย่างไร้รอยต่อ ลดความตึงตัวของระบบราชการที่ไม่เคยเข้าถึงรากหญ้า
นางสาวสมสุข กล่าวต่อ หนึ่งในเรื่องเล่าที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ พอช. อย่างลึกซึ้ง คือภาพจำในการประชุมที่ อาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม มักจะนำเก้าอี้มาตั้งไว้ 1 ตัวใกล้ๆ ตัว และประกาศว่านั่นคือ “เก้าอี้ของชาวบ้าน” ทุกครั้งที่มีการประชุม อาจารย์ไพบูลย์จะคิดเสมอว่าชาวบ้านจะคิดอย่างไร และเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างไร ปรัชญาการทำงานนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า “ชุมชนเป็นหลัก ชาวบ้านเป็นหลัก” มนุษย์ทุกคนมีความสามารถในการคิด ตัดสินใจ และลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาคอยจัดการหรือสงเคราะห์ตลอดเวลา การให้ความช่วยเหลือที่มากเกินไปอาจกลายเป็นความสุดโต่ง ดังนั้น พอช. จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนกลายเป็น “ตัวแทนแห่งการเปลี่ยนแปลง” ที่มีอิสรภาพในการกำหนดอนาคตของตนเอง ตลอดเส้นทาง 26 ปีที่ผ่านมา พอช. ต้องเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย เช่น ในช่วงระยะแรกที่ใช้กลุ่มออมทรัพย์เป็นตัวตั้ง แต่ต่อมาเมื่อภาครัฐมีนโยบายกองทุนหมู่บ้านเข้ามา ทำให้การขับเคลื่อนบางส่วนชะลอตัวลง พอช. จึงปรับเปลี่ยนกระบวนการโดยดึงชาวบ้านเข้ามาเป็นผู้จัดการและช่วยเหลือกันเอง ผ่านการพัฒนา “เครือข่ายชุมชน” ซึ่งถือเป็นสาระสำคัญของการเติบโต
“องค์กรถูกขับเคลื่อนและรักษาไว้โดยคน ทำให้เรือลำนี้ทันสมัย กระชับกระเฉง เป็นเรือของเราไม่ใช่ของใคร… ขอให้เราช่วยกันรักษาเรือแห่งประชาธิปไตยลำนี้ให้แล่นไปอย่างสง่างาม นำพาขบวนการประชาชนไปสู่น่านน้ำใหม่ๆ ได้อย่างยั่งยืน” นางสาวสมสุข กล่าวทิ้งท้าย
ย้อนเส้นทาง 26 ปี พอช.
ในเดือนกรกฎาคม 2543 มี ‘พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)’ โดยโอนภารกิจของสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.) และสำนักงานกองทุนพัฒนาชนบทเข้าด้วยกัน ต่อมาในวันที่ 26 ตุลาคม 2543 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงแรก พอช. สังกัดกระทรวงการคลัง ต่อมาเปลี่ยนมาสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จนถึงปัจจุบัน
พอช. เป็นหน่วยงานรัฐรูปแบบ ‘องค์การมหาชน’ โดยมี ‘พ.ร.บ. องค์การมหาชน พ.ศ.2542’ รองรับ ทำหน้าที่ให้บริการสาธารณะหรือพัฒนาด้านต่างๆ เพื่อการบริหารงานที่คล่องตัวแตกต่างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ พอช. มีภารกิจต่างๆ ดังนี้ คือ
1.สนับสนุนและให้การช่วยเหลือแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ การพัฒนาอาชีพ การเพิ่มรายได้ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชนทั้งในเมืองและชนบท โดยยึดหลักการพัฒนาแบบองค์รวมหรือบูรณาการ และหลักการพัฒนาที่สมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมเป็นแนวทางสําคัญ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและประชาสังคม
2.สนับสนุนและให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน
3.สนับสนุนและให้การช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ตลอดจนประสานงานการสนับสนุนและให้การช่วยเหลือดังกล่าวจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
- ส่งเสริมและสนับสนุนและสร้างความร่วมมือขององค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนทั้งในระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ
ส่วนโครงการที่ พอช. ดำเนินการสนับสนุนองค์กรชุมชน เช่น ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนที่มีรายได้น้อย โครงการบ้านมั่นคงทั้งในเมืองและชนบท โครงการบ้านพอเพียง โครงการพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าว-คลองเปรมประชากร การพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชนเมืองและชนบท การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน ส่งเสริมการจัดตั้งและพัฒนากิจการของสภาองค์กรชุมชนตำบล การดูแลสิ่งแวดล้อม การป้องกันและจัดการภัยพิบัติ ฯลฯ
พอช.เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนตามยุทธศาสตร์ คือ “องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักพื้นที่เป็นตัวตั้ง” ภายใต้วิสัยทัศน์ “ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งสู่การจัดการตนเอง”
“ก้าวสู่ปีที่ 27” “คิดถึง…งานพัฒนา คิดถึง…พอช.”

























