โครงการ Collective Housing 2026 จัดเวทีนำเสนอโครงการที่อยู่อาศัยโดยชุมชนดีเด่นในเอเชีย โดยมีผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมืองและชนบท ผ่านกลไกการออมทรัพย์ การบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน การมีส่วนร่วมของสตรี และการสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างชุมชนกับภาครัฐ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มั่นคง
กรุงเทพฯ /27 ตุลาคม 2569 — กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดงาน “Collective Housing Best Practices Forum & Collective Housing Award 2026” หรือ “เวทีสัมมนานานาชาติและการมอบรางวัลต้นแบบโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยชุมชน” ร่วมกับภาคีเครือข่ายสากล การขับเคลื่อนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในระดับภูมิภาคเอเชีย นำเสนอโครงการที่อยู่อาศัยโดยชุมชนดีเด่นในเอเชีย ซึ่งรวบรวมผู้แทนชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และสะท้อนภาพการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของภาคประชาชนจาก 13 ประเทศและเขตปกครองในภูมิภาคเอเชีย แบ่งเป็น โครงการในประเทศไทย จำนวน 52 โครงการ โดยมี ผู้นำชุมชน นักวิชาการ ภาคีจากต่างประเทศ และผู้นำชุมชนโครงการบ้านมั่นคงจากทั่วประเทศไทย จำนวนกว่า 200 คน ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพมหานคร
บทเรียนจากเอเชียใต้ พลังการออมทรัพย์ สิทธิในที่ดิน และผู้นำสตรี
ประเทศบังคลาเทศ นำเสนอโครงการที่เน้นจิตวิญญาณการทำงานร่วมกัน เช่น โครงการชุนจาเมา ที่สร้างสิทธิในที่ดินผ่านการวิจัยมีส่วนร่วมและการแบ่งปันทรัพยากร, โครงการผ่านเครือข่ายเนชราโครีในการจัดการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกว่า 11,583 กลุ่ม, รวมถึงโครงการธนาคารเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์และกองทุนออมทรัพย์เพื่อความปลอดภัยในการเกษตร โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลท้องถิ่นต้องทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ล้อหน้า” ในการนำพาทิศทางและสนับสนุนกลไกชุมชน
ประเทศอินเดีย มีการคัดเลือก 6 โครงการโดดเด่น เช่น โครงการคารีมาล่าที่พัฒนาสระน้ำและศูนย์การเรียนรู้โดยให้ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน โครงการที่พักแรงงานชายอพยพ โครงการสลัมอีราวาร่าที่ร่วมมือกับสถาปนิกสตรี และโครงการบ้านอิฐไร้เหล็กสำหรับชาวฮินดู-มุสลิมผู้พลัดถิ่นกว่า 9,000 คน ซึ่งสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงทางจิตใจ
ประเทศเนปาล เสนอ 5 โครงการที่เอาชนะอุปสรรคเรื่องที่ดินและขาดแคลนสถาบันการเงิน เช่น โครงการครอบครัวพลัดถิ่นที่ได้รับกองทุนพัฒนาจากประเทศไทยสนับสนุน โครงการซัมมาเบซีที่ดึงธนาคารพาณิชย์เข้ามาร่วมสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ต่ำ และโครงการบ้านไม้ไผ่ 140 หลัง ที่พัฒนาศักยภาพช่างชุมชนและใช้วัสดุช่วยลดความร้อน
ประเทศปากีสถาน เสนอโครงการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมใหญ่ตั้งแต่ปี 2022 ใน 3 เขต เน้นให้ชุมชนสร้างบ้านด้วยตนเอง บริหารจัดการการเงินผ่านปศุสัตว์ และใช้โซลาร์เซลล์สร้างแสงสว่างและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน
ประเทศศรีลังกา สะท้อนบทเรียนจากการที่ภาครัฐเคยดำเนินนโยบายสร้างอพาร์ตเมนต์สูง 14 ชั้นแบบบนลงล่าง ซึ่งขาดการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนกลาง ก่อนจะปรับเปลี่ยนมาสู่โครงการจานปูราที่ส่งเสริมให้ชุมชนร่วมกันออมเงินและสร้างบ้านถาวรด้วยตนเอง
นวัตกรรมทางสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย พม่า เวียดนาม และมาเลเซีย
ประเทศฟิลิปปินส์ นำเสนอโมเดลกลุ่มมากาฮันหลังเหตุการณ์ไต้ฝุ่นกฤษณา ซึ่งชุมชนปฏิเสธแผนย้ายถิ่นฐานของรัฐบาล หันมาทำวิจัย จัดหาที่ดินเอง และสร้างบ้าน 600 ครัวเรือน รวมถึงชุมชน KASILAK ที่เปลี่ยนสถานะจากผู้บุกรุกมาเป็นเจ้าของที่ดินผ่านการจำนองและสหกรณ์
ประเทศอินโดนีเซีย เน้นการจัดการที่อยู่อาศัยโดยองค์รวมในจาการ์ตาและยอกยาการ์ตา เช่น โครงการกัมปุงซูซูกาเนียและกัมปุงมูก้า ที่มีการปรับปรุงบ้านแถวให้มีระบบระบายอากาศที่ดี ช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2-3 องศาเซลเซียส และลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 65 เปอร์เซ็นต์
ประเทศพม่า (เมียนมา) เผชิญกับความท้าทายจากสงครามกลางเมืองและวิกฤตโควิด-19 แต่ชุมชนยังคงรอดมาได้ด้วยการสำรวจแผนที่ การออมทรัพย์ และการมีผู้นำที่เข้มแข็งในการเจรจาขอใช้ที่ดินผืนใหญ่จากรัฐบาลท้องถิ่น
ประเทศเวียดนาม สะท้อนความกังวลต่อการยุบรวมจังหวัดและการหายไปของการเคลื่อนไหวของชุมชนเมืองภายใต้แรงกดดันของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสลัมแนวตั้ง
ประเทศมาเลเซีย เผชิญภัยคุกคามจากนโยบายทุบตึกสร้างคอนโดใหม่ของนายทุน ซึ่งสร้างภาระค่าบำรุงรักษาจนทำให้คนยากจนต้องขายบ้านและกลายเป็นคนพลัดถิ่น ชุมชนจึงต้องลุกขึ้นสู้ด้วยการสร้างเครือข่ายเจ้าของบ้านและใช้ความรู้ทางกฎหมายสู้คดีในศาล
มุมมองจากเอเชียตะวันออก มองโกเลีย ฮ่องกง และญี่ปุ่น
ประเทศมองโกเลีย แก้ปัญหาการบำรุงรักษาอาคารชุด (HOA) ยุคเก่า โดยใช้สื่อสร้างสรรค์ เช่น ยูทูปที่มีผู้ดูกว่า 12 ล้านครั้ง และรายการเรียลลิตี้โชว์ทางทีวี เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัยและการปรับปรุงอาคารร่วมกับรัฐบาล
เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เผชิญปัญหาความหนาแน่นและห้องพักคับแคบ องค์กร SoCO ได้เข้ามาช่วยเหลือจัดหา “บ้านเปลี่ยนผ่าน” (Transitional Housing) มีการจำกัดเพดานค่าเช่าไม่เกิน 15% ของรายได้ และสร้างพื้นที่ส่วนกลางเพื่อบรรเทาความยากจน
ประเทศญี่ปุ่น ในเมืองโอซาก้าที่มีบ้านร้างกว่า 9 ล้านหลัง ชุมชนนิชิโกริและอาซากะได้ร่วมมือกันบริหารจัดการบ้านเช่าและพื้นที่สาธารณะเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและการอยู่ร่วมกันในระยะยาว
บทเรียนและความเข้มแข็งของประเทศไทย
ได้มีการนำเสนอความสำเร็จของประเทศไทยผ่านการขับเคลื่อนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ตั้งแต่กองทุนพัฒนาชุมชนตั้งแต่ปี 1992 ขยายผลสู่โครงการบ้านมั่นคงทั้งในเมือง ชนบท ริมคลอง และริมรางรถไฟ
เมืองนครสวรรค์ แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย 4 รูปแบบ ทั้งการปรับปรุงในที่ดินเดิม, การเช่าที่ดินราชพัสดุ 30 ปีหลังต่อสู้คดีนาน 9 ปี, การจัดหาที่ดินใหม่สำหรับกลุ่มบ้านเช่า, และการสร้างบ้านหลังภัยพิบัติไฟไหม้ โดยตั้งเป้าแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทั้งเมืองภายในปี 2570-2571
เมืองชุมแพ (ขอนแก่น) สำรวจข้อมูลเมืองและที่ดินอย่างรอบด้าน จัดตั้งสหกรณ์และกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย ใช้การออมทรัพย์เป็นเครื่องมือสร้างพลังต่อรองกับรัฐ
เมืองสุรินทร์ และ สามชุก (สุพรรณบุรี) ชุมชนสามชุกสามารถบริหารจัดการเงินกู้ พอช. และใช้หนี้หมดภายใน 12 ปี มีกองทุนเหลือกว่า 3 ล้านบาทในการดูแลเด็กและป้องกันยาเสพติด
สวนพลู (กรุงเทพฯ) ชุมชนริมที่ดินธนารักษ์ที่ผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี 2547 ปฏิเสธข้อเสนอสร้างแฟลตของรัฐ หันมาสร้างระบบสหกรณ์ บริหารจัดการหนี้จนหมด มีเงินหมุนเวียนในกองทุน 14 ล้านบาท และสร้างสวนผักคนเมือง
บ้านไผ่ (ขอนแก่น) และชุมชนริมคลอง / ริมรางรถไฟทั่วประเทศ การรวมกลุ่มซื้อที่ดินเอกชนหลังประสบภัยน้ำท่วม โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าวและเปรมประชากรที่ดำเนินการแล้วกว่า 6,491 ครัวเรือนรวมถึงโครงการบ้านมั่นคงริมทางรถไฟ 300 ชุมชน 35 จังหวัด ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณและสัญญาเช่าระยะยาวจากรัฐบาล
บ้านมั่นคงชนบท แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนป่าสงวนและหนี้สินของเกษตรกรในกว่า 200 ตำบล 1,000 กว่าชุมชน เพื่อให้คนชนบทสามารถพึ่งพาตนเองได้และไม่ต้องอพยพเข้าเมือง






























