พอช. บูรณาการความร่วมมือกับขบวนองค์กรชุมชน กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม เปิดประชุมยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม “โครงการบ้านมั่นคงชายแดน ปี 2570” เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เคาะพื้นที่เป้าหมายนำร่องใน 4 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ครอบคลุม 8 อำเภอ 11 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับประโยชน์ 12,131 ครัวเรือน ปฏิบัติการ 4 ด้าน จัดสัมมนาใหญ่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ ประสาน สคทช. ส.ป.ก. กรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ เพื่อปลดล็อกสิทธิที่ดินรัฐ
กรุงเทพฯ/26 ตุลาคม 2569 — สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดน จัดประชุมร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อน “โครงการบ้านมั่นคงชายแดน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อย ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดนไทยอย่างบูรณาการ โดย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ เป็นประธานในการประชุมปรึกษาหารือ พร้อมด้วย นางสาวสุภสิตา โชติทวีศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงและภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 (กอ.รมน.ภาค 2) กองพลพัฒนาที่ 2 (พล.พัฒนา 2) กอ.รมน.จังหวัดอุบลราชธานี กอ.รมน.จังหวัดศรีสะเกษ กองกำลังสุรนารี มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) กอ.รมน.จังหวัดสระแก้ว มณฑลทหารบกที่ 26 (มทบ.26) กอ.รมน.จังหวัดบุรีรัมย์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) และกองกำลังในพื้นที่ภาค 2 ยังมี นายธนภณ เมืองเฉลิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ ร่วมกับแกนนำเครือข่ายองค์กรชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก จากจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว เพื่อร่วมกันกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่องและวางแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานในพื้นที่จริง ณ ห้องประชุม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน บางกะปิ กรุงเทพฯ
ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลบริบทพื้นที่ สภาพปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย สิทธิที่ดินทำกิน และความเสี่ยงทางด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน จนมีมติเห็นชอบร่วมกันในการกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่องสำหรับ “โครงการบ้านมั่นคงชายแดน ปี 2570” ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเน้นกลุ่มชุมชนที่มีความเข้มแข็ง มีการรวมกลุ่มออมทรัพย์ และเป็นพื้นที่ความมั่นคงเร่งด่วน ครอบคลุม 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์
การดำเนินงานนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัดข้างต้น ครอบคลุมขอบเขตการทำงานใน 8 อำเภอ 11 ตำบล 59 หมู่บ้าน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนและครอบครัวผู้ยากไร้ ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยสงครามตามแนวชายแดน รวมถึงครอบครัวทหารผ่านศึกและทหารพรานผู้มีรายได้น้อย ได้รับประโยชน์โดยตรงรวมทั้งสิ้น 12,131 ครัวเรือน พื้นที่นำร่องดังกล่าวมุ่งเน้นการเปลี่ยนพื้นที่ชายแดนเสี่ยงภัย ให้กลายเป็นพื้นที่พัฒนาที่มีความเข้มแข็ง ประชาชนมีบ้านเรือนที่มั่นคง ปลอดภัย มีระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน มีการจัดทำผังความปลอดภัยของชุมชน และมีเส้นทางอพยพในภาวะฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้การดำเนินโครงการบ้านมั่นคงชายแดน ปี 2570 เป็นไปตามแผนงานและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ที่ประชุมจึงได้กำหนดกรอบแนวทางและปฏิทินการขับเคลื่อนงานร่วมกันใน 4 ด้านสำคัญ ดังนี้
ด้านที่ 1 การเตรียมความพร้อมส่วนกลาง (10 พฤศจิกายน 2569) กำหนดจัดประชุมหน่วยงานส่วนกลาง ณ สำนักงาน พอช. เพื่อร่วมกันออกแบบรูปแบบ สถาปัตยกรรมกระบวนการ และเนื้อหาการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยมุ่งเน้นการออกแบบเนื้อหาการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตามกฎหมาย ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนชายแดนและอาสาสมัครป้องกันภัยชุมชน
ด้านที่ 2 สัมมนาสร้างความเข้าใจระดับพื้นที่ (ปลายเดือนพฤศจิกายน 2569) จัดการสัมมนาใหญ่ขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่เป้าหมายร่วมกับหน่วยงานภาคี ณ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อวางแผนปฏิบัติการร่วมและกำหนดยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่ โดยจะเรียนเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมเดินทางมาเป็นประธานเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายความร่วมมือ
ด้านที่ 3 การลงพื้นที่ขับเคลื่อนกระบวนการ (ภายในเดือนธันวาคม 2569) สถาบันฯ พร้อมด้วยกองกำลังในพื้นที่และแกนนำชุมชน จะลงพื้นที่ทั้ง 4 จังหวัดเป้าหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน คัดกรองสิทธิผู้เข้าร่วม จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ และนำแผนงานเข้าสู่กระบวนการพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านที่ 4 การประสานหน่วยงานเจ้าของที่ดินเพื่อคลี่คลายปัญหา เนื่องจากพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่อยู่ในเขตที่ดินของรัฐ พอช. จึงเตรียมเข้าพบผู้บริหารของหน่วยงานเจ้าของที่ดิน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.), สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการจัดระเบียบสิทธิ อนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดิน และคลี่คลายข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างบูรณาการ
















