นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย ติดตามการบูรณาการงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย พร้อมชื่นชมความสำเร็จของกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลกองนาง ต้นแบบการจัดการตนเองที่เข้มแข็งด้วยเงินสะสมกว่า 2.9 ล้านบาท และโมเดล “บ้านมั่นคงภัยพิบัติ” ที่ใช้ฐานข้อมูล GIS และระบบนิเวศท้องถิ่นฝ่าวิกฤตภัยน้ำท่วมซ้ำซาก สอดรับนโยบาย “Empowering People” เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมที่เข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึงในทุกมิติ
จังหวัดหนองคาย / 31 พฤษภาคม 2569 – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย ระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อติดตามการทำงานเชิงรุกและการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย ได้ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานของ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลกองนาง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนให้การต้อนรับ กว่า 200 คน ณ เทศบาลตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
นายนิกร โสมกลาง
“กองนาง” ต้นแบบสวัสดิการชุมชน
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. กล่าวว่า ขอชื่นชมความสำเร็จของกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลกองนาง ซึ่งสามารถบริหารจัดการจนมีเงินสะสมมากกว่า 2.9 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการจัดการตนเองและการสร้างหลักประกันทางสังคมที่เกิดจากความร่วมมือของประชาชน ท้องถิ่น และภาครัฐ โดยกองทุนฯ แห่งนี้เป็นกลไกสำคัญในการดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กเยาวชน ให้เข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที สอดคล้องกับแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในการดูแลคุณภาพชีวิต “จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2568 และรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม จากผลงาน “พลังสวัสดิการชุมชนกองนาง สร้างไมตรีสองฝั่งโขง” มาครองได้สำเร็จ
มอบ 3 นโยบายหลัก
ในโอกาสนี้ รมว.พม. ได้มอบแนวทางปฏิบัติงานที่สำคัญให้แก่ พอช. เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงของมนุษย์อย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย 3 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่
- การขยายผลกองทุนสวัสดิการชุมชน เร่งพัฒนากองทุนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกการดูแลกันเองของคนในชุมชน และเป็นหลักประกันทางสังคมที่ประชาชนเข้าถึงได้รวดเร็วที่สุด
- ขยายโครงการที่อยู่อาศัย มุ่งเป้าเพิ่มจำนวนโครงการบ้านมั่นคงและบ้านพอเพียง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านการพักอาศัยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน
- จัดทำแผนที่อยู่อาศัยชุมชนทั่วไทย มอบหมายให้ พอช. บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัด, อบจ. และ พมจ. ในการจัดทำฐานข้อมูลเชิงนโยบายด้านที่อยู่อาศัยในเขตอำเภอเมืองทุกจังหวัด เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนแก้ไขปัญหาระดับประเทศต่อไป
“เข้าใจ ตั้งรับ ปรับตัว” สู้ภัยพิบัติริมโขง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ตำบลกองนางกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบระดับภูมิภาค คือการใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการภัยพิบัติที่โดดเด่น เนื่องจากพื้นที่ร้อยละ 44 ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ชุมชนจึงร่วมกับ พอช. และภาคีวิชาการขับเคลื่อนงานผ่านกระบวนการ 3 ด้าน คือ เข้าใจ ใช้ข้อมูลนำการพัฒนา มีการสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดและจัดสร้างระบบ “MR.เตือนภัย” เพื่อสื่อสารภายในชุมชนอย่างรวดเร็ว ตั้งรับ สร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมินิเวศ “โขง-โมง” เชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์น้ำร่วมกับสภาลุ่มน้ำโขงอย่างต่อเนื่อง ปรับตัว จัดตั้งกองทุนภัยพิบัติครอบคลุมทั้ง 13 หมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด เช่น การทำครัวกลางและการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืช
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ รมว.พม. ยังได้มอบป้ายโครงการ “บ้านมั่นคงภัยพิบัติ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้แรงหนุนจาก พอช. โดยในปี 2569 กองทุนฯ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 2,010,558 บาท เพื่อดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคงภัยพิบัติและโครงการเสริมสร้างระบบนิเวศท้องถิ่น ความโดดเด่นของโครงการนี้คือการใช้ระบบ GIS ในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์เพื่อให้เกิดความแม่นยำและไม่ซ้ำซ้อน โดยเน้นกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก และใช้ “ช่างชุมชน” ในการก่อสร้างและปรับสภาพบ้านให้รองรับภัยพิบัติ เช่น การยกพื้นสูง ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ พร้อมขยายผลโมเดลกองนางสู่พื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและทั่วประเทศไทยต่อไป




















