กระทรวง พม. จับมือ กระทรวง ศธ. ลงพื้นที่เชิงรุกจังหวัดกาญจนบุรี ขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกาญจน์ทุกช่วงวัยอย่างเต็มพิกัด ภายใต้งบประมาณปี 2569 กว่า 26 ล้านบาท มุ่งเป้าเตรียมความพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุในภาคตะวันตก ชู “ท่าเสาโมเดล” ศูนย์กระจายสินค้าชุมชนสร้างยอดขายกว่า 22.2 ล้านบาทต่อปี พร้อมเพิ่มงบซ่อมแซมที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบางเป็น 60,000 บาทต่อครัวเรือน
กาญจนบุรี/ 22 พฤษภาคม 2569 – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 22 – 23 พฤษภาคม 2569 เพื่อร่วมกิจกรรม “สร้างโอกาส สร้างปัญญา เพื่ออนาคต” โดยมีการมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นแก่เด็กและเยาวชน พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจผู้ปกครอง ซึ่งถือเป็นการประสานพลังระหว่าง 2 กระทรวงหลักในการส่งต่อสวัสดิการตรงถึงหน้าบ้านประชาชน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ได้เป็นประธานเปิดโครงการ “พัฒนาคุณภาพชีวิตคนกาญจน์ทุกช่วงวัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ณ โรงแรมริเวอร์แคว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งมอบสิทธิสวัสดิการสังคมเพื่อยกระดับกลุ่มเปราะบางอย่างครอบคลุม ประกอบด้วย เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง, เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน, เงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน, เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก, เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี, เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ, เงินอุดหนุนสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี และเงินกู้ยืมประกอบอาชีพอิสระของคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ นอกจากนี้ยังมีการมอบป้ายโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ป้ายงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน และป้ายศูนย์สร้างสุข เพื่อสร้างตาข่ายรองรับทางสังคมให้กับพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอไทรโยค และอำเภอท่ามะกา
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. กล่าวถึง การขับเคลื่อนนโยบาย พม. ในพื้นที่ภาคตะวันตก 8 จังหวัด โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤต “สังคมผู้สูงวัย” อย่างจริงจัง เนื่องจากหลายจังหวัดในภูมิภาคนี้มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ จึงได้สั่งการให้เร่งวางแผนดูแลทั้งในมิติของการส่งเสริมอาชีพ การจัดตั้งสถานดูแล และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเป็นระบบ ผ่านความร่วมมือกับกรมกิจการผู้สูงอายุและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เท่าทันต่อเทคโนโลยีและโลกอนาคต โดยผลักดันให้สภาเด็กและเยาวชนเป็นกลไกหลัก รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่
หนึ่งในนโยบายที่สอดรับกับการดูแลผู้สูงอายุคือ การผลักดันความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยผ่านกลไกของ พอช. โดยรัฐบาลได้อนุมัติเพิ่มวงเงินช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านจากเดิม 40,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 60,000 บาท พร้อมทั้งส่งเสริมการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างระบบโซล่าเซลล์มาใช้ และออกแบบตามหลักอารยสถาปัตยกรรม (Universal Design) เพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ พร้อมกันนี้ยังได้ย้ำถึงบทบาทของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในฐานะกำลังหลักระดับพื้นที่ในการเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีนายนิกร กล่าว
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กล่าวว่า บทบาทของ พอช. ในปัจจุบันทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศและพี่เลี้ยง” ให้กับเครือข่ายองค์กรชุมชนจำนวน 99 แห่ง และกองทุนสวัสดิการชุมชนอีก 70 กองทุนในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ “กาญจนบุรี เมืองแห่งความสุขภาวะและความยั่งยืน” โดยในปีงบประมาณ 2569 นี้ พอช. ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณรวมทั้งสิ้น 26,548,758 บาท เพื่อดำเนินงาน 6 โครงการสำคัญ ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยผู้เดือดร้อนผ่านโครงการ “บ้านพอเพียง” จำนวน 450 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 50 ตำบล รวมถึงการสนับสนุนสวัสดิการชุมชนและระบบนิเวศชุมชน (Eco System) ในพื้นที่เป้าหมายต้นแบบ เช่น ตำบลไทรโยก ตำบลห้วยเขย่ง และตำบลไล่โว่
ทั้งนี้ คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่ต้นแบบความสำเร็จของเศรษฐกิจฐานราก ณ “ศูนย์กระจายสินค้าชุมชนตำบลท่าเสา” อำเภอไทรโยค หรือที่รู้จักในนาม “ท่าเสาโมเดล” ซึ่งเป็นโครงการที่ พอช. ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ศูนย์แห่งนี้มีจุดเด่นในเรื่องการบริหารจัดการระบบที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากสมาชิก นำมาสู่กลางน้ำด้วยการแปรรูปเพิ่มมูลค่า และปลายน้ำคือการกระจายสินค้าสู่ตลาดทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค ปัจจุบันศูนย์กระจายสินค้าฯ มีสมาชิกรวม 607 คน มีจุดดำเนินการ 3 จุดหลัก ได้แก่ ท่าเสา หนองตากยา และหนองโรง ภายใต้การนำของ นายพิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง ประธานศูนย์ฯ สามารถสร้างยอดขายล่าสุดได้สูงถึง 22.2 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมการดูแลประชาชนกว่า 10,208 ครัวเรือน
โดยกำไรที่ได้จากการดำเนินงานจะถูกจัดสรรคืนกลับสู่สมาชิกในรูปแบบของเงินปันผล ทุนสาธารณประโยชน์ และการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน ซึ่งช่วยลดหนี้สินและเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ พอช. ยังได้สนับสนุนการนำระบบไอทีและโปรแกรมจัดการร้านค้าที่ทันสมัยเข้ามาช่วยควบคุมการบริหารงานให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
















