พอช. เปิดเวทีพิจารณาและกลั่นกรองโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพลังงานทางเลือกชุมชนริมราง อนุมัติงบประมาณ 5.6 ล้านบาท หนุน 16 โครงการทั่วประเทศ ชูนวัตกรรมโซล่าเซลล์ พื้นที่สีเขียวกินได้ และธุรกิจชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว ยกระดับคนจนเมืองในที่ดินการรถไฟฯ เป็นหุ้นส่วนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน
กรุงเทพฯ/22 พฤษภาคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดเวทีเรียนรู้และการประชุมขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและพลังงานทางเลือกของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ดินการรถไฟฯ” มีผู้แทนจาก 5 เครือข่ายหลัก ประกอบด้วย เครือข่ายสลัม 4 ภาค เครือข่ายชมฟ. เครือข่ายเมืองริมราง เครือข่ายสภาริมราง และเครือข่ายริมรางเมืองย่าโม เข้าร่วมกว่า 60 คน ณ ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม ชั้น 1 พอช. บางกะปิ กรุงเทพฯ
นายสยาม นนท์คำจันทร์
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าว่า การแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวชุมชนริมรางรถไฟในปัจจุบัน จะมุ่งเน้นเพียงแค่การสร้างบ้านอย่างเดียวไม่พอ ต้องมองไปถึงความมั่นคงในมิติของคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม การบูรณาการพลังงานทางเลือกและสวัสดิการชุมชนเข้ามาในโครงการ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้ร่วมกันพิจารณาและอนุมัติโครงการเพื่อสังคมของเครือข่ายชุมชนริมรางทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ งบประมาณรวม 5.6 ล้านบาท โดยสามารถจำแนกออกเป็น 4 กลุ่มกิจกรรมยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
- ด้านพลังงานทางเลือกและสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการติดตั้งและบริหารจัดการระบบโซล่าเซลล์ (Solar Cell) มาใช้ในอาคารที่พักอาศัย พื้นที่ส่วนกลาง และร้านค้าสวัสดิการชุมชน เพื่อลดต้นทุนค่าสาธารณูปโภคและสร้างโมเดลพลังงานสะอาด
- ด้านการท่องเที่ยวชุมชนและส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น ชูเสน่ห์และเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น โครงการ “สามล้อพาฟิน อินสงขลา” ที่นำอัตลักษณ์วัฒนธรรมคนสงขลามาออกแบบแพ็กเกจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
- ด้านความมั่นคงทางอาหาร พลิกฟื้นพื้นที่รกร้างริมรางให้เป็นพื้นที่สีเขียวกินได้และเหลือเพื่อจำหน่าย ผ่านกิจกรรม “กล้วยล้อมรั้ว” และโครงการ “โคกหนองนา:สมุนไพรชุมชน”
- ด้านธุรกิจชุมชนและอาชีพเสริมรายได้ ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการฝีมือชาวบ้าน อาทิ นวดสปาเพื่อสุขภาพ อาหารพื้นบ้าน และของใช้ในครัวเรือน เพื่อกระจายรายได้เข้าสู่ครอบครัวอย่างทั่วถึง
คณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ข้อคิดเห็นเชิงเทคนิคเพื่อให้แต่ละเครือข่ายนำกลับไปปรับปรุงการดำเนินงานในพื้นที่ โดยเน้นย้ำให้ทุกโครงการวิเคราะห์ต้นทุนเดิมและข้อจำกัดของตนเอง พร้อมระบุผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับคนในชุมชนอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเปิดพื้นที่บางส่วนของชุมชนให้เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อเชื่อมต่อและสอดรับกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน และสร้างแผนการพัฒนาต่อเนื่องหลังสิ้นสุดงบประมาณ













