รมว.พม. นำคณะผู้แทนไทยร่วมเวทีระดับโลก WUF 13 ณ กรุงบากู แถลงความสำเร็จยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยไทย ชู “โครงการบ้านมั่นคง” พัฒนาแล้วกว่า 1 แสนครัวเรือน และแผนแม่บท 20 ปี ภายใต้แนวคิดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผสานพลัง พอช. และการเคหะแห่งชาติ ขยายโอกาสสัญญาเช่าซื้อกว่า 4.2 หมื่นสัญญา พร้อมโชว์ต้นแบบ “ดินแดงสมาร์ทซิตี้” ขับเคลื่อนวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมืองตามเป้าหมาย SDG 11 ของสหประชาชาติอย่างเป็นรูปธรรม
สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน/17 พฤษภาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย เป็นลำดับที่ 24 ในการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (Ministerial Meeting on the New Urban Agenda) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม World Urban Forum ครั้งที่ 13 (WUF 13) จัดขึ้นโดยโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) ร่วมกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน เพื่อระดมสมองและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเมืองอย่างยั่งยืนทั่วโลก ณ สนามกีฬาแห่งชาติบากู กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน
การเดินทางไปร่วมประชุมระดับโลกในครั้งนี้ มีคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วย นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม., นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันและสะท้อนผลงานเชิงประจักษ์ของไทยสู่สายตานานาอารยประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ได้เน้นย้ำถึง วิสัยทัศน์หลักอันเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายรัฐบาลไทยต่อที่ประชุมระดับโลก ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นว่า ที่อยู่อาศัยคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างการยอมรับและการนับรวมทางสังคมและเศรษฐกิจ (Social and Economic Inclusion) ตลอดจนเป็นกลไกสร้างความยืดหยุ่นและการฟื้นตัวของเมือง (Urban Resilience) ให้สามารถรับมือกับวิกฤตการณ์และความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง ในมิติของการดำเนินงานระยะยาว ได้นำเสนอความคืบหน้าของการขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งเน้นการพัฒนาโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-centered housing) ผ่านแนวคิดและโครงการที่ขับเคลื่อนโดยพลังของชุมชนเอง (Community-based) โดยได้รับการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ (Government-led initiatives) เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือ “ที่อยู่อาศัยสำหรับคนไทยทุกคน (Housing for Thais)” นโยบายนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการเช่าซื้อและบ้านเช่าราคาประหยัด ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ ใกล้กับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะและแหล่งจ้างงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ควบคู่ไปกับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำหลักอารยสถาปัตยกรรม (Universal Design) มาใช้ในการก่อสร้างเพื่อรองรับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย และผู้พิการได้อย่างเท่าเทียม
นอกจากนี้ นายนิกร ยังได้รายงานถึงผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างยิ่งของ “โครงการบ้านมั่นคง” (Baan Mankong Housing Program) ซึ่งบริหารงานโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โครงการนี้ถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่เปลี่ยนบทบาทของผู้เดือดร้อนให้ลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา และใช้อำนาจในการจัดการตนเอง โดยปัจจุบันโครงการบ้านมั่นคงสามารถสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและพัฒนาทางเลือกด้านที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยไปแล้วมากกว่า 100,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่เพียงแค่การมีบ้านใหม่ แต่เป็นการสร้างความสามัคคี ความสมานฉันท์ในชุมชน และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
เพื่อเป็นการทลายข้อจำกัดทางการเงินของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ประเทศไทยยังได้ขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสมผ่านระบบสัญญาเช่าซื้อ (Hire-purchase scheme) ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มเปราะบางและแรงงานนอกระบบที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อนโยบายของธนาคารพาณิชย์ปกติได้ โดยในปัจจุบันมีการอนุมัติสัญญาเช่าซื้อไปแล้วมากกว่า 42,000 สัญญา และมีการสนับสนุนการให้สินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยอีกกว่า 3,800 ราย ขณะเดียวกัน การเคหะแห่งชาติยังได้ขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูเมืองขนาดใหญ่ เช่น โครงการแฟลตดินแดง ยกระดับสู่ “โครงการเมืองอัจฉริยะดินแดง” (The Din Daeng Smart City) เพื่อเป็นแซนด์บ็อกซ์และต้นแบบของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มีความปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี และสร้างคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้อยู่อาศัยเดิมในพื้นที่ใจกลางเมืองหลวง
การร่วมกล่าวถ้อยแถลงและแสดงวิสัยทัศน์ของคณะผู้แทนไทยในเวทีประชุม WUF 13 ครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทยในระดับสากล และเป็นการการันตีบทบาทอันโดดเด่นของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) รวมถึงกระทรวง พม. ในการใช้พลังองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดของไทยจัดเป็นโมเดลที่สอดคล้อง แข็งแกร่ง และช่วยสนับสนุนต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 11 (SDG 11: เมืองและการตั้งถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน) ซึ่งนานาชาติต่างให้ความสนใจและชื่นชมความสำเร็จของประเทศไทยในฐานะต้นแบบการพัฒนาเมืองจากฐานราก
#กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #พม #สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน #พอช #CODI #นิกรโสมกลาง #WUF13 #โครงการบ้านมั่นคง #การประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง #WorldUrbanForum #กรุงบากู #อาเซอร์ไบจาน











