พอช. วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเวทีจัดเก็บข้อมูลเพื่อประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (SIA) และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) กองทุนสวัสดิการชุมชนเมือง ทุนสะสมกว่า 20.9 ล้านบาท ดูแลสมาชิก 3,537 คนครอบคลุมทุกช่วงชีวิต
ชลบุรี/ 18 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวที ในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Assessment: SIA) และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา มีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารจัดการสวัสดิการชุมชนที่สามารถวัดผลได้จริง และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวขึ้นเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลความสำเร็จไปสู่พื้นที่อื่นๆ ณ ห้องประชุมกองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี
กระบวนการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ควบคู่ไปกับการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน โดยมี ดร.ศิญาณี หิรัญสาลี นำทีมคณะฯ พร้อมด้วย นางสาวพุทธวลัย ชุมทอง หัวหน้างานปฏิบัติการชุมชน พอช. สำนักงานภาคกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และตะวันออก มาร่วมกระบวนการและเติมเต็มข้อมูลในมิตินโยบายอย่างครบถ้วน
นายศราวุธ บรอฮีมี
นายศราวุธ บรอฮีมี ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยา กล่าวถึง กลไกและฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้การทำงานขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพว่า ประธานศูนย์ประสานงานทั้ง 42 คน คือหัวใจสำคัญที่สุดของการบริหารงานกองทุน เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกในชุมชนมากที่สุด ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมประสานงาน คอยรวบรวมเงินสมทบ ตลอดจนดูแลการจ่ายสวัสดิการในด้านต่างๆ ให้แก่สมาชิกอย่างทั่วถึง
การก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2554 ภายใต้การยึดมั่นในแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กองทุนสวัสดิการชุมชนเมืองพัทยาได้เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องจนได้รับการรับรองสถานะเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนอย่างเป็นทางการ ในปัจจุบัน กองทุนฯ มีตัวเลขเงินสะสมรวมกันกว่า 20.9 ล้านบาท โดยมียอดเงินคงเหลือปัจจุบันอยู่ที่ 14.16 ล้านบาท การบริหารงานขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการบริหารจำนวน 15 คน ทำงานร่วมกับประธานศูนย์ประสานงาน 42 ชุมชน เพื่อดูแลสมาชิกที่ยังคงสถานะจำนวนทั้งสิ้น 3,537 คน ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายรวม 39 ชุมชน ซึ่งประกอบด้วยบุคคลทั่วไป ผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน และคนพิการ
จุดเด่นสำคัญของการดำเนินงานคือระบบสวัสดิการที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อดูแลสมาชิกอย่างครอบคลุมทุกช่วงชีวิต เริ่มตั้งแต่เงินรับขวัญเด็กแรกเกิด การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย การมอบทุนการศึกษาแก่บุตรหลาน เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ไปจนถึงการสนับสนุนการจัดการงานศพอย่างสมเกียรติ สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความเกื้อกูลและความใส่ใจที่มีต่อกันภายในชุมชน



















