นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัวและอำเภอภูเพียง พร้อมร่วมเชิญสิ่งของพระราชทาน เยี่ยมเยียนให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง และมอบแนวทางช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ
น่าน/ 24 สิงหาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ เพื่อติดตามการช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ประสบอุทกภัย ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงประชาชนทั่วไป หลังสถานการณ์น้ำลด พร้อมทั้งเยี่ยมเยียนให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ในพื้นที่อำเภอปัว และอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานและถุงพระราชทานสำหรับเด็กมอบแก่ราษฎรและครอบครัวเด็กที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน โดย รมว.พม. ได้ร่วมเชิญสิ่งของพระราชทานและถุงพระราชทานสำหรับเด็กมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วยตนเอง จากนั้นได้เข้าร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน ณ ที่ว่าการอำเภอปัว จังหวัดน่าน
สำหรับการลงพื้นที่ในช่วงเช้า รมว.พม. และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ซึ่งนำโดย นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นางสาวสุภสิตา โชติทวีศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ นายวิเชียร พลสยม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ได้เดินทางลงพื้นที่ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลาก และให้กำลังใจผู้ประสบภัยกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ ต่อมาได้เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์ความเสียหาย แนวทางการช่วยเหลือ พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และร่วมรับมอบสิ่งของจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีผู้แทนพระองค์เป็นผู้มอบ เพื่อส่งต่อความห่วงใยและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบภัย
ต่อมาในช่วงบ่าย รมว.พม. และคณะ ได้ลงพื้นที่ไปยังเทศบาลตำบลปัว ตำบลปัว และตำบลศิลาแลง อำเภอปัว เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจกลุ่มเปราะบางและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งประกอบด้วยผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครอบครัวที่ได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปยังศูนย์พักพิง ณ วัดบ้านปรางค์ อำเภอปัว เพื่อติดตามการจัดการศูนย์พักพิงและการดูแลฟื้นฟูผู้ประสบภัย ตลอดจนตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัย เทศบาลตำบลปัว ศูนย์พักพิงวัดเฮี้ย อำเภอปัว และศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดน่าน
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในวงกว้างเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ กระทรวง พม. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ต้องให้ความช่วยเหลือดูแลอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทีม พม.จังหวัดน่าน ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันแรกที่เกิดสถานการณ์อุทกภัย พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งเยี่ยมเยียนประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอภูเพียง
นอกจากนี้ รมว.พม. ได้ประชุมเพื่อมอบแนวทางการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ประสบอุทกภัยแก่ทีม พม.จังหวัดน่าน โดยมีแนวทางสำคัญประกอบด้วย การวางแผนความช่วยเหลือร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเครือข่ายท้องถิ่น การพิจารณามอบเงินสงเคราะห์และเงินอุดหนุนต่างๆ การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่เสียหาย การให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. การฝึกอบรมส่งเสริมการประกอบอาชีพ การสนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพ การมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
นายนิกร “อย่างไรก็ตาม กระทรวง พม. โดยทีม พม. จังหวัดน่าน พร้อมทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า และยืนยันว่า กระทรวง พม. พร้อมอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ ด้วยมุ่งหวังว่า ผู้ประสบภัยจะต้องได้รับการดูแลและเข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างทั่วถึง” ได้กล่าวย้ำในตอนท้าย
ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์วิกฤตดังกล่าว เครือข่ายองค์กรชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนแคมเปญ “ธารน้ำใจ สู้ภัยพิบัติ” โดยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ภาคีเครือข่าย และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสมทบทุนและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยความเชื่อมั่นว่า “พลังของชุมชน คือพลังแห่งการช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้งกัน”
















