พอช. ขับเคลื่อนโครงการวิจัยยกระดับกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำร่อง 8 พื้นที่เป้าหมาย ประยุกต์ใช้ระเบียบวิธีวิจัย PNI เอกซเรย์ขีดความสามารถ มุ่งค้นหานวัตกรรมทางสังคมและระบบเตือนภัยล่วงหน้าทางการเงิน เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบสวัสดิการภาคประชาชนสู่ความยั่งยืนและเตรียมสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย
สุราษฎร์ธานี — สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร จัดเวทีเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ระหว่างวันที่ 25–26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 โดยโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อร่วมกันค้นหานวัตกรรมทางสังคม ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถของกลไกการจัดสวัสดิการภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยมีผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชน คณะนักวิจัย และผู้ช่วยนักวิจัยเข้าร่วมกระบวนการถอดบทเรียนรวมกว่า 120 คน ณ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสมอทอง อำเภอท่าชนะ และองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายเอกลักษณ์ จันทร์อุดม
นายเอกลักษณ์ จันทร์อุดม นายกสมาคมเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึง ความสำคัญของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเกิดจากการรวมพลังความร่วมมือขององค์กรชุมชนและภาคีเครือข่าย แม้ที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี กองทุนสวัสดิการชุมชนสามารถพัฒนาและเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหลายภาคส่วนได้อย่างต่อเนื่อง การวิจัยในครั้งนี้จึงมีเป้าหมายหลักในการประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน และระดับความเข้มแข็งของกองทุนในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางแนวทางพัฒนาให้เหมาะสม พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากคณะกรรมการกองทุนในการให้ข้อมูลเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในระยะยาว
นางสาวพัชรลดา จุลเพชร หัวหน้างานพัฒนาองค์ความรู้ พอช. กล่าวว่า วัตถุประสงค์ว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลถือเป็นกลไกสำคัญที่เกิดจากการรวมตัวของประชาชนเพื่อสร้างระบบช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายใต้แนวคิด “ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี” โดยดำเนินงานควบคู่ไปกับการสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทุนเหล่านี้ทำหน้าที่ดูแลสมาชิกตั้งแต่เกิด เจ็บป่วย สูงอายุ จนถึงเสียชีวิต รวมทั้งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ ซึ่งช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวพัชรลดา กล่าวต่อ ในปัจจุบันพบว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนกำลังเผชิญกับปัญหาและความท้าทายหลายประการ เช่น จำนวนสมาชิกลดลง กองทุนบางแห่งต้องหยุดดำเนินการ ขาดคณะกรรมการบริหารที่เข้มแข็ง มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทั้งสังคมผู้สูงอายุ ภาวะหนี้สินครัวเรือน และวิกฤตภัยพิบัติหรือโรคระบาด โดยข้อมูลจาก พอช. ในปี 2567 พบว่ามีกองทุนที่หยุดดำเนินการไปแล้วกว่า 789 กองทุน และอีกจำนวนมากยังอยู่ในภาวะเสี่ยง สะท้อนถึงความจำเป็นในการศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จและพัฒนาแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็ง เพื่อให้กองทุนสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้
สำหรับการลงพื้นที่ศึกษาวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งนี้ ได้ครอบคลุม 8 พื้นที่เป้าหมายที่เป็นตัวแทนภูมิสังคมอันหลากหลาย ประกอบด้วย 1. กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลสมอทอง อำเภอท่าชนะ 2. กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ 3. กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลวัง อำเภอท่าชนะ 4. กองทุนสวัสดิการชุมชนเครือข่ายตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ 5. กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองพา อำเภอท่าชนะ 6. กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตะกุกใต้ อำเภอวิภาวดี 7. กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลปากฉลุย อำเภอท่าฉาง และ 8. กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา
















