พอช. ขับเคลื่อนยกระดับผู้นำขบวนองค์กรชุมชนรุ่นใหม่ หลักสูตรนักสื่อสารชุมชน “ชุมชนโลกรู้ พอช.โลกต้องรู้” ติวเข้มใช้ AI และสื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือ ให้ความสำคัญของการสร้างตลาดในบ้านผ่านพลังการสื่อสาร ยกระดับสินค้าชุมชนสู่มาตรฐานสากล
นครนายก/13 พฤษภาคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดเวที “พัฒนาศักยภาพผู้นำขบวนองค์กรชุมชน” ภายใต้ “หลักสูตรนักสื่อสารชุมชน” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชน/ผู้ปฏิบัติงาน พอช. เป็น ให้มีความรู้ความเข้าใจ ในการเป็นนักสื่อสารชุมชนที่ดี “นำเสนอเนื้อหาประเด็นงานพัฒนา” ของชุมชนในด้านต่าง ๆ ในรูปแบบข่าวสาร บทความ และคลิปวิดีโองานพัฒนา/การนำเสนอ เพื่อนำเสนอรูปธรรมงานพัฒนาสื่อสารสู่ชุมชน สังคม และสาธารณะ สร้าง “เครือข่ายนักสื่อสารชุมชน” ในการยกระดับการสื่อสารงานพัฒนาของชุมชน ระหว่างวันที่ 12-15 พฤษภาคม 2569 โดยมีนักสื่อสารชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 150 คน เข้าร่วม ณ Reindeer Park Resort จังหวัดนครนายก
การพัฒนาองค์กรชุมชนให้มีการสื่อสารรูปธรรมสู่สาธารณะ เป็นภารกิจสำคัญของ พอช. ที่จะต้องมีการออกแบบ วางกลไกการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งการพัฒนาเนื้อหา ตลอดจนพัฒนาศักยภาพของผู้นำขบวนองค์กรชุมชนและผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงการพัฒนาช่องทางที่จะนำมาสู่พื้นที่การสื่อสารของขบวนองค์กรชุมชนสู่สาธารณะ ที่จะสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองได้อย่างมีพลัง สอดรับกับแผนพัฒนาวิจัยนวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และการสื่อสาร ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ของ พอช. รวมถึงนโยบายของ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ที่มีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพขบวนองค์กรชุมชนให้มีระบบการสื่อสาร นำเสนอและบอกต่อรูปธรรมงานพัฒนาเผยแพร่สู่ Social Media เพื่อให้เกิดการขยายผลรูปธรรม ดังคำว่า “คิดถึงงานพัฒนา และคิดถึง พอช.”
พอช. เป็นองค์กรที่มีบทบาทในการส่งเสริม และสนับสนุนงานพัฒนาในด้านต่าง ๆ ขององค์กรชุมชน รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการเขียน และเทคนิควิธีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารพื้นที่รูปธรรมงานพัฒนา การสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้กับขบวนองค์กรชุมชนในทุกระดับ (ตำบล จังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค ชาติ) และให้มีความรู้ ความสามารถด้านการสื่อสาร การเขียนข่าว บทความ บันทึกภาพวิดีโอ การรายงานและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารงานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนในพื้นที่ผ่านช่องทาง
เปลี่ยนจากคนใช้มือถือ สู่คนสร้างมูลค่า ยกระดับชุมชนท้องถิ่นสู่ระดับสากล
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า หลายคนแม้จะเป็น “มือใหม่” ในวงการสื่อสารดิจิทัล แต่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนการใช้สมาร์ทโฟนอย่างสนุกสนานตามคำแนะนำของคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ภาพการ “ก้มหน้าใช้มือถือ” ในห้องอบรมครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิม เพราะไม่ใช่การก้มหน้าเพื่อความบันเทิงส่วนตัว แต่เป็นการก้มหน้าเพื่อทำการบ้าน ส่งคลิป และฝึกฝนการสร้างคอนเทนต์ตามโจทย์ของวิทยากร ซึ่งถือเป็นการใช้เครื่องมือสื่อสารให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน
“เราเห็นพลังและความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคนที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถให้ตัวเอง และวันนี้ทุกคนก็ได้พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง กลับไปชุมชนครั้งนี้เชื่อว่าทุกคนจะมีช่องทางใหม่ๆ ในการเล่าเรื่องราวของตนเองให้โลกได้รับรู้อย่างแน่นอน” นางสาวจันทนา กล่าว
นางสาวจันทนา กล่าวถึง การมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่รอบตัว โดยระบุว่าเรื่องเล่าใกล้ตัวหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เรามักมองข้าม แท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่มีมูลค่าและ “ราคาดีกว่า” เรื่องที่คิดไกลตัวออกไป การสื่อสารยุคใหม่คือการหยิบยกเรื่องราวในชุมชนมาเล่าสู่กันฟังอย่างต่อเนื่อง หากทำสม่ำเสมอและถูกวิธี วันหนึ่งเรื่องเล่าหรือรูปภาพเหล่านั้นอาจกลายเป็นคอนเทนต์ที่ “ปัง” และสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วสังคมออนไลน์ได้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยมองว่าหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังขาดทักษะการนำเสนอ ทั้งการถ่ายภาพที่ดึงดูด การโพสต์ที่น่าสนใจ หรือการเลือกช่องทางตลาดที่ถูกต้อง ซึ่งหลักสูตรนักสื่อสารชุมชนครั้งนี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปิดจุดอ่อนดังกล่าว และทำให้ชุมชนสามารถขายสินค้าได้เก่งขึ้น มีรายได้เข้าสู่ครัวเรือนมากขึ้น
ในส่วนของแผนการดำเนินงานในอนาคต พอช. ไม่หยุดเพียงแค่หลักสูตรนี้ แต่มีแผนจะเชื่อมโยงงานสื่อสารเข้ากับงานพัฒนาผู้นำชุมชน โดยอาจมีการจัดหลักสูตรขั้นสูงเพื่อเสริมศักยภาพในมิติต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้นำชุมชนไม่เพียงแต่สื่อสารเก่ง แต่ต้องสามารถใช้การสื่อสารเป็นเครื่องมือในการขายของ บอกเล่าความสำเร็จ และดึงดูดภาคีเครือข่ายเข้ามาหนุนเสริมงานพัฒนาชุมชนได้ นางสาวจันทนา กล่าว
10 หลักคิดทองคำ อาวุธใหม่ของนักสื่อสาร ชุมชน
นายวิชัย นะสุวรรณโน รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ที่ผ่านมา พอช. ได้รับการยอมรับในฐานะหน่วยงานที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาได้ดีเยี่ยมในทุกมิติ แต่ยังมีข้อจำกัดสำคัญในด้านการสื่อสารสาธารณะ การจัดอบรมครั้งนี้จึงเป็นวาระสำคัญที่ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. ตั้งเป้าหมายให้สิ่งที่ชุมชนทำได้รับการโปรโมทและสื่อสารสู่ภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มองว่าชุมชนอ่อนแอ ให้กลายเป็นการยอมรับในศักยภาพที่แท้จริง
นายวิชัย กล่าวถึง หลักคิดสำคัญ เพื่อเป็นเข็มทิศให้กับนักสื่อสารชุมชนในการกลับไปขับเคลื่อนพื้นที่ ได้แก่ ชุมชนเข้มแข็งเริ่มที่ความจริง งบประมาณไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่คือการสื่อสารความจริงของพื้นที่ให้สาธารณะรับรู้ นักสื่อสารคือผู้สร้างการมีส่วนร่วม คือคนที่ทำให้คนในชุมชนกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนตนเอง เรื่องเล่ากำหนดอนาคต เมื่อชุมชนเล่าเรื่องตัวเองได้ ก็จะกำหนดทิศทางอนาคตตัวเองได้ เรื่องเล่าสร้างพลัง ข้อมูลอาจสร้างความเข้าใจ แต่ “เรื่องราว” คือสิ่งที่สร้างพลังขับเคลื่อน พลังของเสียงเล็กๆ เสียงจากชุมชนหากเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ จะกลายเป็นพลังเปลี่ยนประเทศได้จริง สะพานเชื่อมหัวใจ นักสื่อสารคือตัวกลางเชื่อมปัญหาไปสู่ทางออก และเชื่อมใจผู้คนไปสู่ความสำเร็จ มองเห็นคุณค่า ลบความอ่อนแรง ชุมชนไม่ได้อ่อนแอ แต่บ่อยครั้งที่ “อ่อนแรง” เพราะไม่มีใครมองเห็นคุณค่า เจ้าของพื้นที่พูดเองดีที่สุด การสื่อสารที่มีชีวิตชีวาและมีน้ำหนักที่สุด คือการที่คนในพื้นที่เป็นผู้บอกเล่าความจริง ความมั่นคงจากฐานราก ประเทศไทยจะมั่นคงได้ ต้องสร้างความแข็งแกร่งจากระดับตำบลและจังหวัดจัดการตนเอง ตระหนักในคุณค่าตนเอง ภารกิจสำคัญไม่ใช่แค่ให้โลกรู้ แต่ต้องให้คนในชุมชนรู้ว่าตนเองมีพลังเปลี่ยนสังคมได้
นายวิชัย กล่าวย้ำถึง ความสำคัญของการเปลี่ยนทิศทางการพัฒนา สถานการณ์ปัจจุบันการสั่งการจากส่วนกลางหรือการพัฒนาแบบ “Top-down” ที่เหมือนกับการตัดเสื้อไซส์เดียวให้คนทั้งประเทศใส่ ไม่สอดคล้องกับวิถีชุมชนอีกต่อไป ทางออกที่ยั่งยืนคือการพัฒนาแบบ “Bottom-up” หรือการเอาข้างล่างเป็นตัวตั้ง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาคอรัปชั่นผ่านกลไกการตรวจสอบโดยชุมชนเอง
“เราต้องการสร้างสังคมที่อยู่เย็นเป็นสุขที่ทุกคนเท่าเทียมกัน เสียงของคนตัวเล็กตัวน้อยในวันนี้ หากรวมพลังกันจะกลายเป็นอำนาจต่อรองที่สำคัญกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือระดับนโยบายชาติ เพื่อให้ภาคประชาชนมีตัวตนและเป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริง” นายวิชัย กล่าวทิ้งท้าย
นวัตกรรม AI และคนรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนชุมชนจัดการตนเอง
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ปรัชญาสำคัญของ พอช. ที่ต้องวางตัวเป็น “โซ่ข้อกลาง” หรือสะพานเชื่อมที่แข็งแรง ซึ่งมีหน้าที่แปลงนโยบายจากรัฐไปสู่วิถีปฏิบัติของชุมชนได้อย่างแนบเนียน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประชาชนถึงฝั่งฝันอย่างมีศักดิ์ศรี จุดแข็งที่ยังคงเป็นอัตลักษณ์ของ พอช. คือการให้ปัญญาชนชุมชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน และการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กร โดยปัจจุบันมีเครือข่ายสวัสดิการชุมชนครอบคลุมแล้วกว่า 95% ทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนที่ครอบคลุมเกือบทุกตำบล
นายสยาม กล่าวถึง นโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) คนใหม่ ที่มุ่งเน้น 8 ยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่, การแก้ปัญหาหนี้สิน, และการสร้างอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ พอช. ที่ต้องการให้นักสื่อสารชุมชนและเจ้าหน้าที่หันมาใช้เครื่องมือล้ำสมัยอย่าง AI, ChatGPT และ Gemini ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หากองค์กรไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยีเหล่านี้ จะไม่สามารถนำพาชุมชนไปสู่ยุคการจัดการตนเองได้
ในช่วงท้ายของการพัฒนาศักยภาพผู้นำขบวนองค์กรชุมชน หลักสูตร “นักสื่อสารชุมชน ” ได้มอบใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมจากทั่วประเทศ ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและภาคภูมิใจ พร้อมได้ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญของ พอช. ในการเตรียมความพร้อมผู้นำชุมชนยุคใหม่ให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีดิจิทัล และเป็นรากฐานในการขยายผลสู่รุ่นต่อๆ ไปในอนาคต


























