คณะทำงานลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองเรือ ชูความสำเร็จในการบูรณาการงานผ่านกลไกเครือข่ายร่วมสร้าง 3 ช่วงวัย พร้อมขับเคลื่อนโครงการวิจัยประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (SIA) และผลตอบแทนจากการลงทุน (SROI) โดยการสนับสนุนจาก สกสว. เพื่อยกระดับจาก “ทุน” สู่ “อาชีพ” และสร้างการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
มหาสารคาม/ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 69 ที่ผ่านมา – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ลงพื้นที่ เพื่อติดตามการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองเรือ ซึ่งครอบคลุมหลากหลายอาชีพ อาทิ การทำดอกไม้จันทน์ การสานตะกร้าพลาสติก การผลิตน้ำยาล้างจาน และการแปรรูปสมุนไพร โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งส่งเสริมให้ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการบ้านพอเพียง สามารถนำทุนและองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเรือ ณ ตำบลหนองเรือ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม
นางสาวสมจิตร จันทร์เพ็ญ สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร พอช. กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองเรือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการวิจัยเพื่อศึกษาการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัยจากสำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยของประเทศ โครงการวิจัยครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ประการแรกคือ การศึกษาและทบทวนรูปแบบการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนว่าสามารถขับเคลื่อนงานภายใต้แนวคิด “โครงข่ายธุรกิจเพื่อสังคม” ได้มากน้อยเพียงใด โดยมีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศกว่า 1,300 กองทุน ซึ่งกองทุนตำบลหนองเรือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เข้าร่วมให้ข้อมูล
ประการที่สองคือ การประเมิน “ผลลัพธ์ทางสังคม” ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานของกองทุน ซึ่งไม่เพียงแต่วัดจากจำนวนเงินหรือจำนวนผู้ได้รับสวัสดิการเท่านั้น แต่ยังต้องการเห็นว่าสิ่งที่กองทุนทำมาตลอดสามารถสร้างคุณค่าและเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างไร จากการลงพื้นที่พบว่ากองทุนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงช่วยเหลือสมาชิกเมื่อเกิดปัญหาเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการส่งเสริมอาชีพสำหรับคนพิการ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน และประการสุดท้าย คือการนำข้อมูลและบทเรียนจากพื้นที่ไปพัฒนาเป็น “ข้อเสนอเชิงนโยบาย” เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับประเทศ โดยเฉพาะคณะอนุกรรมการที่มีบทบาทในการกำกับและสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ การลงพื้นที่ตำบลหนองเรือจึงไม่ได้เป็นเพียงการเก็บข้อมูลเพื่อการวิจัยเท่านั้น แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้คณะกรรมการ สมาชิก และผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สะท้อนปัญหา และถ่ายทอดบทเรียนจากการทำงานจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนให้ตอบโจทย์ประชาชนมากยิ่งขึ้นนางสาวสมจิตร กล่าว
นางสาวรัตนดา แพงคำแสน เลขานุการกองทุนฯ ได้เล่าถึงการดำเนินงานว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองเรือได้บูรณาการการทำงานในลักษณะของ “กลไกเครือข่ายร่วมสร้าง” ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า องค์กรขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองเรือ โดยมีเครือข่ายครอบคลุมคนทั้ง 3 ช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ทางกองทุนจึงได้จัดทำโครงการ “สร้างอาชีพ เสริมสวัสดิการ ส่งเสริมสัมมาชีพคนสามช่วงวัย” โดยนำงบประมาณจากการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมมาสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์ของชุมชน เช่น สินค้ากิ๊ฟช็อป กระเป๋า และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อให้สมาชิกกองทุนกว่า 3,900 คน ได้มีโอกาสสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว
สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป ทางกองทุนจะมีกระบวนการถอดบทเรียนร่วมกันระหว่างคณะทำงานและคณะผู้บริหาร เพื่อนำผลที่ได้ไปพัฒนาเป็นแผนงานและกำหนดไว้ในระเบียบหรือข้อบังคับสำหรับการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2570 ประเด็นสำคัญประการหนึ่งคือการพัฒนาหลักสูตรด้านสัมมาชีพในโรงเรียนผู้สูงอายุที่มีอยู่แล้ว และจะขยายผลไปสู่สมาชิกสวัสดิการในชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถนำ “คลังปัญญาผู้สูงอายุ” มาส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ โดยใช้เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาในพื้นที่เป็นกลไกสำคัญในการสืบทอดและต่อยอดภูมิปัญญาชุมชน ไม่ว่าจะเป็นพวงหรีด ดอกไม้จันทน์ หรือผลิตภัณฑ์มงคลต่าง ๆ จากเดิมที่อาจซื้อจากภายนอก วันนี้ชุมชนสามารถหันกลับมาสนับสนุนและซื้อสินค้าจากกลุ่มคนในชุมชนของตนเองได้ ปัจจุบันมีกลุ่มอาชีพที่ดำเนินงานร่วมกันแล้วถึง 8 กลุ่ม ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้คนในชุมชนมีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

















