พม. ขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมเมือง นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง พร้อมมอบบ้านแก่สมาชิกโครงการบ้านมั่นคงริมคลองจำนวน 89 หลัง ภายใต้แนวคิด “Better Home Better Life : บ้านที่มากกว่าบ้าน” มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยและเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาเมืองได้อย่างมั่นคง
กรุงเทพมหานคร/22 กรกฎาคม 2569 — กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้งกรมธนารักษ์, สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร และเทศบาลตำบลหลักหก ในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนนโยบายในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุด นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและปฏิบัติภารกิจ โดยมี นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายภูร์ผา ไทยแท้ โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ฝ่ายการเมือง)พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงส่วนราชการและหน่วยงานร่วมภารกิจการพัฒนาคลอง เข้าร่วมคณะลงพื้นที่ในครั้งนี้ ณ โรงเรียนวัดเทวสุนทร และชุมชนสามัคคีเทวสุนทร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
การประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาคลองลาดพร้าวและคลองเปรมประชากร มีวาระสำคัญประกอบด้วย การรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตประชาชนชุมชนริมคลอง รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีพัฒนา จากผู้แทน พอช., กรมธนารักษ์ และเทศบาลตำบลหลักหก พร้อมทั้งการรายงานความก้าวหน้างานโครงสร้างพื้นฐานและการก่อสร้างเขื่อนริมคลอง จากสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวถึง บ้านมั่นคงให้กับชุมชนริมคลองเปรมประชากรในวันนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งอยู่ในนโยบาย ของกระทรวง ฯ ข้อที่ 5 ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การที่เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่รุกล้ำริมคลองให้กลายเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ถูกต้องตามกฎหมาย มีสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมๆ ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าเมื่อประชาชนเป็นเจ้าของโครงการและร่วมมือกันขับเคลื่อนด้วยตนเอง เราก็จะสามารถก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำและสร้างสังคมที่น่าอยู่ร่วมกันได้
นายนิกร กล่าวต่อ ตนได้มาลงพื้นที่คลองเปรมประชากร น่าจะเป็นพื้นที่แรก ๆ ที่มารับตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ทราบว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่สำคัญ และเป็นตัวอย่างของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องได้ในทุกมิติ โครงการบ้านมั่นคงสำหรับชุมชนริมคลอง เราไม่ได้แค่มาสร้างบ้านให้เขาอย่างเดียว เรามาสร้างชุมชนให้เขา และที่สำคัญน่าจะเป็นแค่ไม่กี่โครงการที่เกิดการทำงานร่วมมือกันระหว่างการขับเคลื่อนหลายหน่วยงานมาก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ รวมไปถึง กทม. สำนักการระบายน้ำ เป็นการสร้างระบบนิเวศขนาดใหญ่มากกว่าการสร้างบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง แต่วันนี้ทุกท่านมาช่วยกันสร้างชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เขาด้วย
นายนิกร กล่าวต่อไปอีกว่า ไม่เคยรู้เลยว่ามีโครงการแบบนี้ พอรู้ว่ามีโครงการแบบนี้ซึ่งเป็นโครงการตามแผนปฏิบัติการของกระทรวง พม. ก็รู้สึกดีใจมาก และต้องขอบพระคุณทุกหน่วยงานเลยที่ร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันทำให้เกิดโครงการนี้ และพัฒนาโครงการมาน่าจะประมาณ 10 ปีแล้วตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน เป้าหมายมันก็ค่อนข้างใหญ่ แต่เราก็มีแผนและ 10 ปีเราทำงานได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการที่จะคุยกับคนหลายหมื่นคนให้เข้าใจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และยังมีเรื่องปัญหาความมั่นคง เรื่องเศรษฐกิจ 10 ปีที่ผ่านมาทำได้ครึ่งหนึ่งต้องชื่นชม นายกรัฐมนตรีก็เน้นย้ำมาว่าให้โครงการคลองเปรมประชากรต้องเร่งรัด พร้อมที่จะสนับสนุนครบครันเพื่อให้เกิดการสร้างระบบนิเวศและสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดของชุมชนตรงนี้ให้สมบูรณ์ มั่นใจว่าโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการที่เป็นตัวอย่างให้กับหลาย ๆ ประเทศด้วยซ้ำไป
นายนิกร กล่าวต่อไปอีกว่า มีโอกาสเดินทางไปที่ UN-Habitat เขาชื่นชมการทำงานโครงการของ พอช. มาก ผมก็บอกนะว่า พอช. ไม่ได้ทำคนเดียวนะ มันมีกรมธนารักษ์ด้วย มี กทม. ด้วย มีฝ่ายปกครองด้วย มีหลาย ๆ หน่วยงานช่วยกันทำให้เกิดการสร้างบ้านที่เป็นมากกว่าบ้าน ซึ่งทั่วโลกก็ชื่นชมเรามาก สังเกตดูจะมีคนมาขอดูงานที่นี่เยอะมาก สิ่งเหล่านี้ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นมรดกที่ท่านสร้างผลงานความดีให้กับชุมชน
ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยงาน ถ้าติดขัดเรื่องงบประมาณอะไรก็มาคุยกันได้ ตนยินดีเป็นตัวกลางไปคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีให้ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนโครงการต้นแบบที่ได้รับการขยายผลและต่อยอดที่สมบูรณ์ที่สุดของการดูแลที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มที่มีรายได้น้อย ท่านจะไม่เห็นโครงการแบบนี้ที่จังหวัดอื่น ที่นี่ดีที่สุด ถ้ามีอะไรติดขัด ก็รบกวนทุกท่านช่วยเร่งดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงการคลังหรือของ กทม. ถ้าคิดว่ามีปัญหาอะไรผมคิดว่าผมไปช่วยคุยได้ ผมมั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีแต่ละท่านที่อยู่ใน กทม. ด้วยกันพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานของท่าน เรามาช่วยกันสร้างบ้านให้เป็นมากกว่าบ้าน ช่วยกันดูแล และพี่น้องในชุมชนก็น่าจะมีความสุขมากกว่าเดิม นายนิกร กล่าว
หลังจากนั้น รมว.พม. ได้เป็นประธานในพิธีการมอบบ้านให้แก่สมาชิกชุมชนสามัคคีเทวสุนทร รวมทั้งสิ้น 89 หลังคาเรือน พร้อมเดินเยี่ยมชมบ้านมั่นคงริมคลองเปรมประชากร ชุมชนวัดเทวสุนทร และได้มอบถุงกำลังใจให้กับกลุ่มเปราะบางซึ่งเป้นสมาชิกในชุมชนอีกด้วย
นายนิกร โสมกลาง กล่าวว่า บ้านใหม่ พร้อมทั้งได้รับทะเบียนบ้าน ซึ่งถือเป็นหลักเป็นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ที่เป็นหนึ่งในภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โครงการบ้านมั่นคงริมคลองเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยเฉพาะในพื้นที่นี้เริ่มประมาณปี 2562 และสามารถก่อสร้างจนแล้วเสร็จพร้อมมอบทะเบียนบ้านได้ในปัจจุบัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ระบุว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโดยการนั่งเรือริมคลอง และพบว่าเป็นโครงการที่สวยงามและน่าอยู่ จากการรับฟังรายงานของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกรมธนารักษ์ สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานที่ดิน สะท้อนให้เห็นว่าทุกหน่วยงานมีความตั้งใจในการพัฒนาชุมชนริมคลองอย่างมาก ระบบราชการในการทำงานร่วมกันหลายหน่วยงานอาจไม่ได้รวดเร็วนัก แต่ความสำเร็จนี้ถือเป็นหนึ่งในต้นแบบและตัวอย่างของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ชุมชนริมคลองเปรมประชากรเป็นจุดที่ได้รับการพัฒนาจนมีความสวยงามและเป็นที่เชิดหน้าชูตา ส่วนเรื่องภาระการผ่อนบ้านของประชาชน รัฐมนตรีระบุว่ากระทรวง พม. มีหน่วยงานที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการสร้างอาชีพ พร้อมทั้งช่วยหาช่องทางในการจำหน่ายสินค้า เพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนจริง ๆ
โครงการบ้านมั่นคงมีความแตกต่างจากการเคหะแห่งชาติที่เน้นการสร้างบ้านเพื่อขายหรือเช่า เพราะโครงการนี้เริ่มต้นจากการที่ประชาชนต้องรวมตัวกันเป็นชุมชนก่อน จึงจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการสร้างชุมชนการขับเคลื่อนโครงการริมคลองแห่งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย ทั้งกระทรวง พม., กรมธนารักษ์, สำนักการระบายน้ำ และภาคประชาชน ซึ่งช่วยระบายน้ำในกรุงเทพฯ และช่วยลดเปอร์เซ็นต์การเกิดน้ำท่วม รวมถึงลดปัญหาน้ำเน่าเสีย ในอนาคตพื้นที่ริมคลองแห่งนี้จะสามารถพัฒนาเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ จุดเช็คอิน และหมุดหมายใหม่ของการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครได้ นายนิกร กล่าวทิ้งท้าย
โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 มีเป้าหมายจากคลองลาดพร้าว คลองบางซื่อ และคลองเปรมประชากร รวม 88 ชุมชน ประมาณ 13,455 ครัวเรือน ประกอบด้วย ชุมชนริมคลองลาดพร้าวและบางซื่อ 50 ชุมชน 7,069 ครัวเรือน และชุมชนริมคลองเปรมประชากร 38 ชุมชน 6,386 ครัวเรือน
ปัจจุบัน พอช. สามารถสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาพื้นที่และที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวน 6,360 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 45 ของกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 1. คลองลาดพร้าว สามารถดำเนินการพัฒนาได้แล้ว 35 ชุมชน 3,758 ครัวเรือน (คิดเป็น ร้อยละ 53 ของกลุ่มเป้าหมาย) จำแนกเป็น บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3,502 ครัวเรือน และบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเตรียมความพร้อมก่อสร้างบ้าน 256 ครัวเรือน 2. คลองเปรมประชากร สามารถดำเนินการพัฒนาได้แล้ว 25 ชุมชน 2,606 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 41 ของกลุ่มเป้าหมาย จำแนกเป็น บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 2,263 ครัวเรือน และบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเตรียมความพร้อมก่อสร้างบ้าน 343 ครัวเรือน




















