พอช. ร่วมกับกระทรวงกลาโหม องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ จัดประชุมผ่านระบบ Zoom โดยมีพลตรี ทัตเทพ บุญน่วม เป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “บ้านมั่นคงชายแดน” เปลี่ยนผ่านจากความมั่นคงทางทหารสู่ความมั่นคงแบบองค์รวม ให้ชุมชนเป็นแกนหลักจัดการตนเอง มุ่งเป้านำร่องปี 2570 ใน 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความปลอดภัย ที่ดินทำกิน และเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง
กรุงเทพฯ/4 กันยายน 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กระทรวงกลาโหม องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประชุมพิจารณาแนวทางการจัดทำโครงการ “บ้านมั่นคงชายแดน” ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) มี พลตรี ทัตเทพ บุญน่วม เป็นประธานในที่ประชุม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนโครงการบ้านมั่นคงชายแดนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุมกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
พลตรี ทัตเทพ บุญน่วม
พลตรี ทัตเทพ บุญน่วม ประธานในที่ประชุม ย้ำว่า โครงการนี้คือการปรับมิติการพัฒนาจากการสร้างเพียงกำแพง มาเป็นการทำให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะ “ความมั่นคงที่แท้จริงของแนวชายแดนเริ่มต้นจากความมั่นคงในชีวิตของประชาชน”
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล (กลางภาพ)
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รักษาการแทนผู้อำนวยการ พอช กล่าวว่า ขอบคุณกระทรวงกลาโหมสำหรับความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน จากประสบการณ์การดำเนินโครงการบ้านมั่นคงที่ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบหรือข้อพิพาทชายแดนที่ผ่านมา ซึ่ง พอช. ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ณ ตำบลโดมประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ พอช. เล็งเห็นประเด็นสำคัญใน 2 มิติหลัก ได้แก่ การสร้างกลไกการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตหลังได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าโจทย์สำคัญคือการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้สามารถยกระดับการจัดการตนเองได้ตั้งแต่ระดับครัวเรือน กลุ่มองค์กรชุมชน ไปจนถึงระดับชุมชน พอช. จึงเชื่อมั่นว่าการบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. (ทางซ้ายมือของภาพ)
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึง ความคืบหน้าการขับเคลื่อนโครงการ “บ้านมั่นคงชายแดน” โครงการนี้มุ่งเปลี่ยนผ่านกระบวนทัศน์จากความมั่นคงทางทหาร สู่การสร้างความมั่นคงแบบองค์รวม โดยให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการจัดการตนเองและยกระดับศักยภาพให้เป็นเสมือน “รั้วมนุษย์ที่มีชีวิต” เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดนได้อย่างยั่งยืน โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากประสบการณ์การทำงานของ พอช. ในพื้นที่ชายแดน ผนวกกับข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของชาวบ้านในการสร้างระบบป้องกันและรับมือภัยสงคราม จึงมุ่งเน้นการบูรณาการมิติด้านความปลอดภัย ที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ และสิทธิที่ดินเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้แก่ชุมชนที่ยังมีความเปราะบางและต้องเผชิญกับภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ทั้งสถานการณ์สู้รบ ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และปัญหาหมอกควัน
นายสยาม กล่าวต่อ สำหรับการดำเนินงานในระยะนำร่องปี 2570 ทาง พอช. จะใช้งบประมาณของหน่วยงานในการดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และสระแก้ว ครอบคลุม 5 อำเภอ 5 ตำบล รวมทั้งสิ้น 21 หมู่บ้าน โดยมีการคัดเลือกจากพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากการสู้รบและมีองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือประชาชนจะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน และมีเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความสูญเสียของประชาชนแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในการช่วยเฝ้าระวังภัย ลดความขัดแย้ง และลดภาระของกำลังทหารในพื้นที่อีกด้วย
ขณะนี้โครงการได้ผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะกรรมการ พอช. แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยในระยะต่อไป พอช. จะผนวกประเด็นด้านสุขภาพและสาธารณสุขเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนงาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ทั้งนี้ มีกำหนดการลงพื้นที่สำรวจนำร่อง ณ ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ในระหว่างวันที่ 25-26 กันยายนนี้ เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป นายสยาม กล่าว
ในส่วนของ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้แสดงความเห็นพ้องอย่างยิ่งต่อโครงการนี้ โดยมองว่าเป็น “Quick Win” สำคัญในการส่งเสริมบทบาทประชาชนในการป้องกันประเทศเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน ทั้งสงครามไฮบริด ขบวนการสแกมเมอร์ และการใช้โดรนในพื้นที่ชายแดน พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมในการร่วมผลักดันโครงการนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในเชิงนโยบายต่อไป ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงและภาคีเครือข่ายต่างตอบรับและร่วมผนึกกำลังอย่างเต็มที่ โดยกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 พร้อมอำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานของ พอช. และเน้นย้ำให้มีระบบการคัดเลือกคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการอย่างรัดกุม ทางด้านกระทรวงมหาดไทยเห็นพ้องในหลักการและพื้นที่นำร่อง ส่วนกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอให้บูรณาการมิติสุขภาพและสาธารณสุขอย่างครอบคลุม ทั้งการจัดการโรคระบาด ภัยจากการสู้รบ ปัญหายาเสพติด และการฟื้นฟูสุขภาพจิต เพื่อให้การสร้างความมั่นคงในชุมชนชายแดนมีความสมบูรณ์ในทุกมิติ
สำหรับประเด็นเรื่องที่ดินทำกินและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ยินดีร่วมหารือเพื่อจัดสรรที่ดินแปลงใหม่และแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ ในขณะที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้จัดเตรียมข้อมูลทหารผ่านศึกยากจนจำนวน 910 รายในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด เพื่อบูรณาการข้อมูลและจัดสรรที่อยู่อาศัยร่วมกับ พอช. อย่างเป็นรูปธรรม












