พอช. ร่วมกับเครือข่ายชุมชน 5 ภาค เข้าพบผู้บริหารกระทรวงพลังงาน หารือแนวทางสนับสนุนการดำเนินโครงการพลังงานภาคประชาชน ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านพลังงานทางเลือก อาทิ โซลาร์เซลล์ ระบบสูบน้ำ และการบริหารจัดการขยะ เตรียมบูรณาการความร่วมมือผ่านกองทุนอนุรักษ์พลังงานและเติมเต็มองค์ความรู้ด้านเทคนิคเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย
กรุงเทพฯ/15 กรกฎาคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. นำโดย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. พร้อมด้วยผู้แทนเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย 5 ภาค เข้าพบ นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นางสาวพัชรี จงรักษ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เพื่อหารือความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกให้เข้าถึงภาคประชาชนในระดับชุมชน ณ ศูนย์เอนเนอยี่ คอมแพลกซ์ อาคารกระทรวงพลังงาน
นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีความยินดีและเห็นพ้องที่จะสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานทดแทน หลักเกณฑ์ที่สำคัญคือโครงการต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นที่เคยได้รับงบประมาณไปแล้ว โดยกระทรวงพลังงานพร้อมที่จะสนับสนุนความร่วมมือใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การสนับสนุนอุปกรณ์และเทคโนโลยี ช่วยเหลือด้านการจัดหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน เช่น โซลาร์โดม และระบบพลังงานสะอาดต่างๆ การร่วมมือผ่านกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เปิดช่องทางให้ชุมชนสามารถเสนอโครงการที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุนฯ การสนับสนุนทางวิชาการและองค์ความรู้ การฝึกอบรม “ช่างชุมชน” ให้มีความสามารถในการติดตั้งและดูแลรักษาระบบ รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและการบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่
“กระทรวงพลังงานยินดีให้การสนับสนุนด้านวิชาการ การฝึกอบรมทีมช่างชุมชน และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบพลังงานที่เหมาะสม เช่น โซลาร์โดมและอื่นๆ และโครงการพลังงานทางเลือกในบ้านมั่นคง ที่ พอช. ได้สนับสนุนนำร่องไปนั้น สามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้และร่วมมือกับกระทรวงพลังงานในด้านเทคนิคได้ทันที” นางสาวฐิติภัสร์ กล่าว
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า พอช. ในฐานะแกนกลางในการส่งเสริมความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน ได้ตระหนักถึงวิกฤตพลังงานในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของพี่น้องผู้มีรายได้น้อยเป็นวงกว้าง จึงได้ผลักดันแนวทาง “ชุมชนจัดการพลังงาน” อาทิ การติดตั้งโซลาร์เซลล์ การแปรรูปขยะเป็นพลังงาน และการสร้าง “บ้านเย็น” เพื่อลดความร้อนในครัวเรือน โดยในปี พ.ศ. 2569 พอช. ได้สนับสนุนนำร่องโครงการพลังงานทางเลือกในโครงการบ้านมั่นคงแล้วจำนวน 80 โครงการ ซึ่งครอบคลุมทั้งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอาคารส่วนกลาง พื้นที่ใช้สอยร่วม และระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้กับชุมชน
นายสยาม กล่าวต่อ นอกจากนี้ พอช. ยังได้มีการเสนอโครงการผ่านความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามแนวทาง พ.ร.ก. เงินกู้ของรัฐบาล ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอาคารส่วนกลางของชุมชน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ชุมชนพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ
ที่ประชุมได้มีข้อสรุป พอช. จะกลับไปทบทวนข้อมูลโครงการที่ได้เสนอไปแล้วให้มีความครอบคลุมและตรงตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาล และจะมีการนัดประชุมอีกครั้งกับกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อหารือถึงแนวทางและหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมกับการทำงานของชุมชน











