พอช. ร่วมกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่างประเทศ จัดหลักสูตรฝึกอบรมระดับนานาชาติ “Community-Led Housing Development and Collective Housing in Thailand” ถ่ายทอดโมเดล “บ้านมั่นคง” แก่ตัวแทนจาก 12 ประเทศทั่วโลก ชูแนวคิด “ชุมชนเป็นแกนหลัก” (People-Driven Process) มุ่งสร้างกลไกการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืนและลดความเหลื่อมล้ำระดับโลก ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ
กรุงเทพฯ/ 15 กรกฎาคม 2569 — สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) กระทรวงการต่างประเทศ จัดหลักสูตรฝึกอบรมระดับนานาชาติ “Community-Led Housing Development and Collective Housing in Thailand” ภายใต้กรอบ Annual International Training Course (AITC) เพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ความสำเร็จของประเทศไทยในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยของประเทศไทย ตามแนวทาง “โครงการบ้านมั่นคง” แก่ผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 23 คน จาก 12 ประเทศทั่วโลก ณ ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม อ พอช. ถนนนวมินทร์ บางกะปิ กรุงเทพฯ
“โครงการบ้านมั่นคง” ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุด ได้ถูกนำมาเป็นกรณีศึกษาหลักในการฝึกอบรมครั้งนี้ โดยมีหัวใจสำคัญคือแนวคิด “People-Driven Process” หรือกระบวนการพัฒนาที่ให้ประชาชนเป็นเจ้าของ การเปลี่ยนผ่านจากโมเดลภาครัฐเป็นผู้หยิบยื่น สู่โมเดลชุมชนลุกขึ้นมาจัดการตนเอง คือการสร้างระบบนิเวศทางสังคมที่เข้มแข็ง
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า “ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยเป็นความท้าทายร่วมกันของประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก หัวใจของโมเดลประเทศไทยคือการทำให้ชุมชนลุกขึ้นมาเข้มแข็งและเป็นเจ้าของโครงการเอง ชุมชนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้อยู่อาศัย แต่คือผู้สำรวจ ออกแบบ วางผัง และบริหารจัดการที่ดินในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วม (Collective Housing) ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เพราะเราเชื่อมั่นว่าเมื่อบ้านมั่นคง ชีวิตก็จะมีโอกาสที่ดีขึ้นตามมา”
นางสาวเฉลิมศรี ระดากูล รองผู้อำนวยการและรักษาการแทนผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า พอช. ได้ร่วมมือกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ในการพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นเวทีในการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนประสบการณ์การดำเนินงานด้านที่อยู่อาศัยของประเทศไทย โดยเฉพาะโมเดลที่ให้ “ชุมชนเป็นแกนหลัก” ในการลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาของตนเอง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พอช. ได้ขับเคลื่อนงานร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนและภาคีพัฒนาต่าง ๆ จนเกิดเป็นรูปธรรมความสำเร็จ ทั้งในด้านกระบวนการมีส่วนร่วม การจัดการทุนและระบบการเงินชุมชน ตลอดจนการออกแบบที่อยู่อาศัยร่วมกัน ตลอด 7 วันของการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้ศึกษาผ่าน 5 โมดูลหลัก ทั้งในเชิงทฤษฎีและการลงพื้นที่จริง เพื่อทำความเข้าใจความท้าทายในพื้นที่เมืองและชนบท ก่อนจะนำไปสู่การร่างแผนปฏิบัติการรายประเทศ (Country Action Plan)
ร้อยโท สรวุฒิ ปรีดีดิลก อัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ เป็นผู้แทนกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) เน้นย้ำถึงการใช้องค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์จริงของประเทศไทยเป็น Soft Power ในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผ่านความร่วมมือใต้-ใต้ (South-South Cooperation) และความร่วมมือแบบไตรภาคี โดยผู้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก เอเชียกลาง ยุโรป แอฟริกา อเมริกา และแปซิฟิกใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรเทศบาล นักกำหนดนโยบาย และผู้บริหารระดับสูงที่พร้อมจะนำองค์ความรู้จากไทยไปปรับใช้ในบริบทประเทศของตน
เสวนา “Why People-Driven Housing Development?” ได้มีผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศร่วมแบ่งปันมุมมองสำคัญ ดังนี้
Srinivasa Popuri ตัวแทนจาก UN-Habitat กล่าวว่า ชีวิตที่เติบโตมาในครอบครัวที่เรียบง่ายในอินเดีย ทำให้เขาเข้าใจดีว่า “ที่อยู่อาศัย” คือศักดิ์ศรีของมนุษย์ เมืองที่ยั่งยืนไม่ได้สร้างจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่สร้างขึ้นจากพลังของผู้คน “เมื่อชุมชนได้รับความไว้วางใจ มีการจัดตั้ง และได้รับการเสริมศักยภาพ พวกเขาจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเมืองที่ครอบคลุมและยั่งยืนที่สุด”
Naveed Ahmed ตัวแทนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กล่าวถึง โครงการบ้านมั่นคงว่าสิ่งที่ประทับใจที่สุดคือ “ความยืดหยุ่น” (Flexibility) โครงการนี้ไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ละแห่งจะสะท้อนบริบทและความต้องการที่แตกต่างกันของคนในพื้นที่ ซึ่งความหลากหลายนี้คือจุดแข็งที่สุดของโครงการ พร้อมย้ำว่าความสำเร็จของ CODI คือบทเรียนที่สำคัญสำหรับทั่วโลก
นางปรีดา คงแป้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)กล่าวว่าฉันเชื่อว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนจนเมืองมากเพียงพอ เรามุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่กลับละเลยผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งของเมือง อีกประเด็นสำคัญคือ ความเข้มแข็งของคนจนเมือง แม้จะมีหลายชุมชนที่สามารถรวมตัวและลุกขึ้นปกป้องสิทธิของตนเองได้ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ขาดโอกาสและขาดผู้สนับสนุน ดิฉันมองว่าสิ่งที่ประเทศไทยยังต้องการ คือ “นักจัดตั้งชุมชน” หรือผู้ที่สามารถลงพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนอย่างจริงจัง
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานคณะกรรมการโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และประธานเครือข่าย Asian Coalition for Housing Rights (ACHR) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Changes and Transformation in Asia and Thailand” โดยสะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของเมืองในเอเชียตลอดกว่า 60 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วได้สร้างความเจริญทางเศรษฐกิจควบคู่กับความท้าทายด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อย การพัฒนาเมืองในหลายประเทศยังไม่สามารถจัดหาที่อยู่อาศัยที่ประชาชนเข้าถึงได้ ส่งผลให้เกิดชุมชนแออัด การบุกรุกที่ดิน และการถูกไล่รื้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยยังคงต้องดิ้นรนสร้างที่อยู่อาศัยด้วยตนเอง แม้จะอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและขาดความมั่นคงก็ตาม
นอกจากนี้ ประสบการณ์ของประเทศไทยยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ผ่านเครือข่าย ACHR และโครงการ ACCA ในหลายประเทศทั่วเอเชีย สะท้อนให้เห็นว่า “ชุมชน” คือกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยเมื่อประชาชนได้รับโอกาสในการรวมตัว มีข้อมูล มีเงินทุน และมีความร่วมมือกับภาครัฐและภาคีต่าง ๆ ก็สามารถร่วมกันพัฒนาชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
การอบรมครั้งนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขยายผลต้นแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย “โครงการบ้านมั่นคง” ของประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม




















