บทเรียนความสำเร็จของ 60 หลังคาเรือน ชุมชนบ้านห้วยขาบ อำเภอบ่อเกลือ จากผู้ประสบภัยดินโคลนถล่มปี 2561 สู่นักจัดการตนเองบนที่ดิน คทช. 176 ไร่ ชูอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลัวะ กาแฟถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ปั้นเป็นโมเดลต้นแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยและรับมือภัยพิบัติ
น่าน/7 กรกฎาคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. นำโดย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานจากสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสาร สำนักงานภาคเหนือ และขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ถอดบทเรียนความสำเร็จของชุมชนบ้านห้วยขาบ ซึ่งในปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นชุมชนผู้ประสบภัยต้นแบบที่สามารถ บริหารจัดการตนเอง และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตได้อย่างเข้มแข็ง ณ ชุมชนบ้านห้วยขาบ ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2561 ชุมชนบ้านห้วยขาบ ซึ่งมีจำนวน 60 หลังคาเรือน ต้องเผชิญกับภัยพิบัติจากเหตุดินโคลนถล่มเนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ลาดชันและมีความเสี่ยงสูง เหตุการณ์ในครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต บ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และสมาชิกในชุมชนทั้งหมดต้องอพยพออกจากพื้นที่เดิมในทันที พอช. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ดำเนินการสนับสนุนการฟื้นฟูและจัดหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่บนพื้นที่จัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เนื้อที่รวมกว่า 176 ไร่ เพื่อส่งมอบความมั่นคง ความปลอดภัย และสิทธิในที่อยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฎหมายให้แก่พี่น้องประชาชน
ในการถอดบทเรียนครั้งนี้ ได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นและวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่ 1 “บ้านเดิม” เป็นการแลกเปลี่ยนถึงความเป็นมา วิถีชีวิตดั้งเดิม และผลกระทบเชิงลึกจากภัยพิบัติเพื่อทบทวนบทเรียนในอดีต ประเด็นที่ 2 “บ้านใหม่” เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงในการฟื้นฟูทางกายภาพ การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตรอบด้าน และประเด็นที่ 3 “การเชื่อมโยงภาคี” ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนบทบาท ความร่วมมือระหว่าง พอช. หน่วยงานภาครัฐ ภาคีวิชาการ และชุมชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนา
กระบวนการเหล่านี้นำมาสู่ประเด็นเด่นของ “ห้วยขาบโมเดล” เริ่มต้นจาก “การฟื้นฟูสู่พื้นที่ปลอดภัย” ที่สามารถย้ายชุมชนออกจากจุดเสี่ยงภัยได้อย่างเบ็ดเสร็จ ถัดมาคือ “การวางผังชุมชนใหม่” โดยมีการออกแบบตัวบ้าน ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนอย่างลงตัว ยิ่งไปกว่านั้น ชุมชนยังให้ความสำคัญกับ “การสืบสานอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ลัวะ” ทั้งในมิติของการอนุรักษ์ภาษาถิ่น การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณี และการส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า วันนี้บ้านห้วยขาบได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความเข้มแข็งเกิดจากคนในชุมชนและการจัดการตนเองอย่างมีระบบ บทเรียนการบูรณาการพัฒนาทั้งด้านที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจ สังคม และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างรอบด้านของที่นี่ จะถูกสังเคราะห์และจัดทำเป็นชุดองค์ความรู้เพื่อเป็นต้นแบบให้แก่พื้นที่ประสบภัยอื่น ๆ ทั่วประเทศได้เข้ามาเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความยั่งยืนต่อไป
นอกเหนือจากการสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยแล้ว ชุมชนบ้านห้วยขาบยังประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้าน “การสร้างอาชีพและเศรษฐกิจชุมชน” ผ่านการส่งเสริมและการยกระดับการปลูกและการแปรรูปกาแฟสายพันธุ์ท้องถิ่นคุณภาพดี การทำเกษตรกรรมยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชาติพันธุ์และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ด้วยกลไก “การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง” โดยมีชาวบ้านเป็นศูนย์กลางในการร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมพัฒนากับทุกภาคส่วน


















