บูรณาหลายภาคส่วน ลงพื้นที่แม่สาย รับฟังเสียงสะท้อนจากชาวชุมชนสายลมจอยและเกาะทรายกว่า 1,200 ครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนกันตลิ่งริมน้ำแม่สาย หวั่นสูญเสียที่อยู่อาศัยและทำเลค้าขายหลัก หน่วยงานรัฐเร่งหาทางคลี่คลายและวางแผนเยียวยาให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตชุมชน
เชียงราย/ 5 พฤษภาคม 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับหลายหน่วยงาน ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของตัวแทนภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด จากสถานการณ์ความกังวลของพี่น้องประชาชนริมน้ำแม่สาย หลังแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐจ่อส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม ณ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
โครงการสร้างเขื่อนกันตลิ่งริมน้ำแม่สาย เป็นแผนการพัฒนาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและการกัดเซาะตลิ่งในระยะยาว ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการจัดการภัยพิบัติและที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่าโครงการดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ชุมชนสายลมจอย และชุมชนเกาะทราย ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยเก่าแก่ริมชายแดน โดยมียอดครัวเรือนที่อยู่ในข่ายได้รับผลกระทบรวมแล้วประมาณ 1,200 ครัวเรือน
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า ประเด็นหลักที่ประชาชนแสดงความกังวลอย่างหนักคือ “ความมั่นคงในที่อยู่อาศัย” และ “การสูญเสียทำเลประกอบอาชีพ” เนื่องจากสภาพพื้นที่ของชุมชนสายลมจอยเป็นพื้นที่ตลาดการค้าชายแดนที่สำคัญ หากมีการก่อสร้างตามแบบแผนเดิม อาจส่งผลให้ต้องมีการรื้อย้ายอาคารร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมน้ำ ซึ่งนอกจากจะสูญเสียบ้านเรือนแล้ว ยังหมายถึงการสูญเสียช่องทางการทำมาหากินเพียงหนึ่งเดียวของชาวบ้านจำนวนมาก
โครงการนี้ปัจจุบันยังอยู่ในช่วง “การสำรวจออกแบบ” โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่ชุมชนต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบ เพื่อให้เขื่อนกันตลิ่งสามารถป้องกันภัยพิบัติได้จริง โดยที่ไม่ทำลายรากเหง้าและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ นายสยาม กล่าว














