Page 46 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 46

46   •  สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป


                                                                                                       หลักสูตรการพัฒนาหรือสร้างพลังกลุ่ม (How to strengthen
                                                                                                (farmer) groups) เป็นหลักสูตรที่ได้รับการนำาไปใช้อย่างแพร่หลายมากกว่า

                                                                                                หลักสูตรอื่นๆ ทั้งโดย NGO, หน่วยงานของรัฐ และมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละ
                                                                                                หน่วยงานต่างก็ปรับใช้ตามความเข้าใจ และเงื่อนไขของตน หลักสูตรนี้จัดขึ้นเป็น
                                                                                                ครั้งแรกสำาหรับเจ้าหน้าที่สนามของโครงการ SFPP (เกษตรตำาบล และนักวิชาการ
                                                                                                เกษตรประจำาจังหวัด ในพื้นที่นำาร่อง 4 จังหวัด) เพราะโครงการตระหนักว่า
                                                                                                เกษตรกรรายย่อยไม่มีโอกาสจะพัฒนาตนเองได้หากปราศจากการรวมตัวกัน
                                                                                                ช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันความรู้ ความคิด ประสบการณ์ และทรัพยากรนานาชนิด
                                                                                                ที่มีอยู่เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาที่ประสบ หลักสูตรนี้จึงเน้น
                                                                                                การวิเคราะห์สถานการณ์ของคนจน/เกษตรกรรายย่อย สาเหตุที่ทำาให้จน และ
                                                                                                แนวทางการเพิ่มโอกาสแก้ไขปัญหา เช่น การเพิ่มฐานพลังความรู้  เพิ่มทรัพยากร

                                                                                                ด้วยการระดม รวบรวมกัน รวมพลังแรงงานและใจให้เป็นหนึ่งเดียว เพิ่มการ
                                                                                                จัดการตนเองอย่างเป็นระบบ รวมทั้งระบุแนวทางการทำางานของนักพัฒนากับ

                                                                                                กลุ่มเป็นขั้นตอน แบ่งวิวัฒนาการของกลุ่ม ตั้งแต่ขั้นยังไม่เป็นกลุ่ม กลุ่มเรียนรู้
                     กรอบแนวคิดนี้ จะทำาให้เราเห็นแนวทางในการเก็บข้อมูลเพื่อมา                  กลุ่มกิจกรรม และกลุ่มที่มั่นคงแล้ว อาจจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล อาจารย์บัณฑร
             วิเคราะห์สถานการณ์ในชุมชน (ในแนวนอน – ภาพระดับมหภาค) ว่าในชุมชน                    ได้มีบทบาทในการออกแบบเนื้อหาหลักสูตรนี้มากกว่าคนอื่นๆ ในทีม และเป็น
             มีเกษตรกร/ชาวบ้านที่มีฐานะยากจน ปานกลาง รำ่ารวย อย่างละมากน้อยเพียงใด              ผู้เขียนเอกสารประกอบการอบรม ที่ได้รับการเผยแพร่ไปสู่วงการงานพัฒนา

             ชุมชนนี้มีทรัพยากรอะไรบ้างทั้งที่เป็นธรรมชาติ (ที่ดิน แหล่งนำ้าธรรมชาติ ป่า ฯลฯ)    อย่างกว้างขวาง
             และมนุษย์สร้าง (เช่น โรงเรียน สถานพยาบาล บ่อนำ้า ฯลฯ) และกลุ่มคน                   อาจารย์บัณฑรกับคุณสมบัติของนักฝึกอบรม
             ที่มีฐานะแตกต่างกันได้เข้ามาจับจองเป็นเจ้าของ หรือใช้ประโยชน์ชั่วคราว
             จากทรัพยากรที่มีได้เพียงใด  การเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นอยู่บนฐานความร่วมมือ               นักฝึกอบรม (Trainer) ก็ดี วิทยากรกระบวนการ (Facilitator) ก็ดี
             การแข่งขัน หรือการแย่งชิงผลประโยชน์ (จนนำาไปสู่ความขัดแย้งกัน) หรือไม่ อย่างไร     ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ตนจะไปสร้างการเรียนรู้ให้กับคนอื่น , มั่นใจ
                                                                                                                                                     12
             ขณะเดียวกัน กรอบนี้ จะบอกแนวทางในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีว่า                 ในตนเอง, สนใจใฝ่รู้เรื่องราวต่างๆ เสมอ, รู้จักใช้เทคนิควิธีการต่างๆ ที่ทำาให้
             แต่ละคนที่มีฐานะแตกต่างกันใช้เทคโนโลยีและการจัดการแตกต่างกันอย่างไร
             เพื่อให้ได้ผลผลิต ผลผลิตที่ได้แตกต่างกันมากน้อยเพียงใด ผลผลิตที่ได้นำาไป           12   ผมพยายามไม่ใช้ค�าว่า สอน หรือ ให้ความรู้  เพราะค�าว่า “สอน” มีนัยยะของการสื่อสารทางเดียว
             บริโภคหรือไปขาย (ศึกษาแนวตั้ง เป็นรายคนและรายกลุ่มคน - ภาพระดับจุลภาค              เป็นการถ่ายเทข้อมูลจากคนที่มีมากกว่าไปสู่คนที่มีน้อยกว่า ซึ่งในความเป็นจริง ผู้เข้ารับการอบรม

             /รายครัวเรือน) เพื่อเปรียบเทียบกันเองภายในชุมชน (ทำาตารางเปรียบเทียบ)              อาจมีความรู้ในเรื่องนั้นๆด้วย อาจเหนือกว่าวิทยากรในบางมุมด้วยซ�้าไป   ส่วน “ความรู้”  เป็นเรื่อง
             ให้เห็นว่า จะมีช่องทางปรับปรุงการผลิตของเกษตรกรรายย่อยได้อย่างไร                   ที่ให้กันตรงไม่ได้  ที่ให้กันคือ ข้อมูล ความคิด ประสบการณ์ของวิทยากร แต่ผู้รับจะสามารถแปลง
                                                                                                ข้อมูล ให้เป็น ความรู้ ส�าหรับตนเองนั้นได้หรือไม่นั้น ผู้เรียนต้องวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลนั้นๆก่อน
   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51